fbpx
Home
|
ไลฟ์สไตล์

5 ประโยชน์ของการกินพริกที่เผ็ดจนแข็งแรง

Featured Image

          ขึ้นชื่อว่าพริก ก็ต้องคิดถึงความเผ็ดเป็นอย่างแรก แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากความเผ็ดจะช่วยเพิ่มมิติให้อาหารจานอร่อยของเราแล้ว ประโยชน์ของความเผ็ดจากพริกก็ช่วยให้ร่างกายสุขภาพดีขึ้นอีกด้วยนะ วันนี้ทีม iNN เลยมาช่วยอธิบายว่ากินเผ็ดแล้วดีมีประโยชน์อย่างไร

5 ประโยชน์ของการกินพริก

ช่วยลดความเครียด

          การทานเผ็ดช่วยผ่อนคลายความเครียดให้ลดลง อาจจะดูซาดิสม์ไปหน่อยเพราะเมื่อเวลาเรารู้สึกเผ็ดที่ลิ้นนั้น ร่างกายจะตอบสนองว่าเป็นความเจ็บปวด เมื่อสมองรับรู้ว่าร่างกายเจ็บปวดก็จะหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟินและโดพามีนที่เป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายและสมองเกิดการผ่อนคลาย แต่ก็อย่าทานเผ็ดจนเกินไปเพราะเดี๋ยวจะน้ำหูน้ำตาไหลซะก่อน

เพิ่มการเผาผลาญ

          เมื่อทานอาหารเผ็ด ร่างกายของเรานั้นจะมีเหงื่อออกง่าย เป็นเพราะสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่มีอยู่ในพริกช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางให้หลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินออกมา ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานและไขมันให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้สารแคปไซซินมีส่วนช่วยในการลดการอยากอาหารลง ทำให้เราหิวยากมากขึ้นอีกด้วย

กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

          ความเผ็ดที่ได้จากสารแคปไซซินจะเข้าไปยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดของเราเกิดการขยายตัว และส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ดี เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมือเย็นที่เลือดไหลเวียนไปไม่ถึงอวัยวะส่วนปลาย

ดูแลหัวใจ

          วิตามินในพริกสดช่วยลดสาเหตุหนึ่งการเป็นโรคหัวใจ รวมถึงช่วยละลายลิ่มเลือดที่อุดตันไม่ให้จับตัวเป็นก้อน

หายใจสะดวก

          ความเผ็ดร้อนของพริกช่วยละลายเสมหะและลดปริมาณน้ำมูกที่กีดขวางระบบทางเดินหายใจ ทำให้จมูกโล่งหายใจได้สะดวกขึ้น

          และนี่คือประโยชน์ของพริกที่เรานำมาฝากกัน การกินเผ็ดช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นก็จริง แต่ถ้าหากกินเยอะเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้เหมือนกัน หรือสำหรับใครที่ไม่กล้าทานเผ็ดแต่อยากลองทานขึ้นมา เราก็มีวิธีดับอาการเผ็ดไว้ช่วยเหลือยามฉุกเฉินเหมือนกัน ติดตามบทความสุขภาพดีๆ หรือ ไลฟ์สไตล์อื่นๆได้ที่ iNN Lifestyle

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube