Home
|
ปาฏิหาริย์

อย่าหาทำ! 10 สิ่งต้องห้ามในวันปีใหม่จากทั่วโลก ที่ทำแล้ว อัปมงคลสุดๆ!

Featured Image

อย่าหาทำ! 10 สิ่งต้องห้ามในวันปีใหม่จากทั่วโลก ที่ทำแล้ว อัปมงคลสุดๆ!

          ในหลายประเทศ “พฤติกรรมเล็ก ๆ ในวันปีใหม่” ตั้งแต่การกวาดบ้าน สีเสื้อผ้าที่ใส่ ของขวัญที่ให้ ไปจนถึงอาหารการกิน ล้วนมีความหมายต่อโชคลาภและความเป็นสิริมงคลของปีใหม่แบบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย~

 

  1.  ห้ามกวาดบ้านในวันปีใหม่ (ญี่ปุ่น&จีน)

           ญี่ปุ่น: ทำความสะอาดบ้านหลังปีใหม่ = กวาดเทพเจ้าออกไป (oshogatsu)

          จีน: กวาดพื้น = กวาดโชคลาภออกจากบ้าน 

           สองประเทศนี้มีความเชื่อว่า ปีใหม่เป็นช่วงที่เทพเจ้าและโชคลาภเข้าบ้าน การทำความสะอาดบ้านจึงเปรียบเสมือนการขับไล่สิ่งดี ๆ ออกไป ดังนั้นควรทำความสะอาดบ้านก่อนจะถึงวันปีใหม่ 

 

  1. ห้ามนอนทั้งวันปีใหม่ (เกาหลี) 

          ในช่วง seollal หรือ วันตรุษเกาหลี (28 มกราคมของทุกปี) คนเกาหลีมีความเชื่อว่า กิจกรรมแรกของปีจะสะท้อนสิ่งที่เกิดตลอดปี ดังนั้น หากคุณนอนทั้งวันแปลว่าคุณจะขี้เกียจทั้งปีนั่นเอง 

และกิจกรรมต่าง ๆ ที่คนเกาหลีมักจะทำกันเมื่อถึงปีใหม่ คือ ทำพิธีไหว้บรรพบุรุษตอนเช้า, ใส่ชุดฮันบกสดใส, ทานต็อกกุกหรือ ซุปข้าวต็อก ซึ่งเชื่อกันว่าการทานจะทำให้อายุเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี และยังมีความหมายถึงความร่ำรวย, เล่นเกมพื้นบ้าน เช่น ยุนโนรี ทูโฮ และ เชกีชากี เป็นต้น 

 

  1. ห้ามให้ของมีคมเป็นของขวัญ (รัสเซีย)

           ข้ามมาดูฝั่งที่ไกลจากเราสักนิดอย่างรัสเซีย โดยรัสเซียนั้นมีความเชื่อว่า ของมีคม เช่น มีด หรือกรรไกร หมายถึง การตัดโชคหรือตัดความสัมพันธ์ 

          ถ้าจะให้แนะนำ ควรให้เป็นของกิน ของใช้ หรือของมงคลแทน เพื่อรักษาความสัมพันธ์และความโชคดี 

 

  1. ห้ามใส่สีดำ/สีอัปมงคล (บราซิล&อิตาลี)

           บราซิล: สีดำ = ความทุกข์/สีขาว = สันติ

           อิตาลี: ต้องใส่ “สีแดง” เพื่อเรียกความรักและโชค ไม่อย่างนั้นจะไม่มีดวงทั้งปี

           สีในวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับพลังและโชคของปีใหม่ การใส่สีที่ไม่ถูกต้องถือว่าเรียกสิ่งที่ไม่ดีเข้ามา 

 

  1. ห้ามให้รองเท้าเป็นของขวัญ (จีน/เวียดนาม/รัสเซีย/บางประเทศในยุโรปตะวันออก)

           ความเชื่อในเรื่องของรองเท้า ซึ่งรองเท้าหมายถึงการเดินทาง หรือการออกจากบ้าน ถ้าหากให้เป็นของขวัญ อาจสื่อถึงความหมายที่ไม่ดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ หรือโชคในปีใหม่ 

 

  1. ห้ามให้ผ้าเช็ดหน้าเป็นของขวัญ (จีน/เยอรมนี/สวิซเซอแลนด์/โปแลนด์) 

            ผ้าเช็ดหน้าสื่อถึงความหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำตา การให้ผ้าเช็ดหน้าจึงอาจนำมาสู่ความเศร้าหรือการสูญเสีย

 

  1. ห้ามพลาดในการกินองุ่น 12 ลูก (สเปน) 

            การกินองุ่น 12 ลูกตามเสียงระฆังแทน 12 เดือนของปี ถ้ากินไม่ครบอาจจะทำให้เดือนนั้นโชคร้าย

 

  1. ห้ามเก็บจานที่แตกก่อนเที่ยงวัน (เดนมาร์ก) 

           เดนมาร์กมีความเชื่อว่า การที่จานแตก ถือเป็นเรื่องที่โชคดี ดังนั้นคนเดนมาร์กจึงเชื่อว่าการโยนจานใส่บ้านเพื่อน สื่อถึงการส่งโชคให้เพื่อน และถ้าหากใครเก็บจานที่แตกนั้นเร็วเกินไป จะถือเป็นการเก็บโชคออกไปด้วย

 

  1. ห้ามกินอาหารแบน ๆ (ฟิลิปปินส์) 

            รูปร่างของอาหารของคนฟิลิปปินส์ส่งผลต่อความเชื่อของคนฟิลิปปินส์ โดยคนฟิลิปปินส์มีความเชื่อว่าอาหารแบน แสดงถึงความไม่สมบูรณ์ หรือความขาดแคลน ดังนั้น อาหารที่กินจะต้องมีรูปร่างกลม เช่น องุ่น ส้ม แอปเปิ้ล

  1. ห้ามทะเลาะหรือพูดคำหยาบ (ไทย) 

           ด้วยความที่ปีใหม่คือการเริ่มต้น คนไทยจึงมีความเชื่อว่า วันแรกของปี ควรเริ่มต้นอะไรด้วยสิ่งดีๆ เช่นคำพูดคำจาที่ความสุภาพ อ่อนน้อม หรือการกระทำที่ดี ที่ไม่ก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งหรือเป็นภัยต่อผู้อื่น

 

          วันปีใหม่ไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้หรือเคานต์ดาวน์ แต่ยังเต็มไปด้วยความเชื่อที่สะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง ความรัก ความสัมพันธ์ หรือความสมบูรณ์พูนสุข

ตั้งแต่การเลือกสีเสื้อ การจัดบ้าน ของขวัญที่ให้ จนถึงรูปทรงของอาหาร ทุกอย่างล้วนมีความหมาย

           แม้เราอาจไม่เชื่อทุกข้อ แต่การรู้ข้อห้ามเหล่านี้ก็ช่วยให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม และอาจช่วยให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยใจที่ดีและพลังบวก

สุดท้าย…ไม่ว่าความเชื่อไหนจะจริงหรือไม่ การเริ่มปีด้วยความคิดดี ๆ การกระทำดี ๆ คือของมงคลที่สุดเสมอ

 

แหล่งอ้างอิง

wikipedia

sbs

travel.earth

ucsdguardian

cdm

astroulagam

republicworld

travelpeacockmagazine

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube