“ศุภจี”รับบทนางแบก“ภูมิใจไทย-อนุทิน”เพิ่มเรตติ้งสีน้ำเงิน
เข้าสู่สัปดาห์โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ภาพการเมืองที่เห็นชัดเจน คือ ยุทธศาสตร์ของพรรคสีน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ที่เลือกใช้บุคคลซึ่งมีบทบาทและภาพลักษณ์โดดเด่นในด้านต่างๆ เข้ามาช่วยดึงกระแส เรียกคะแนนเสียง โดยไม่ยึดติดกับผลโพลที่ยังเป็นรองคู่แข่ง ด้วยการใช้มืออาชีพในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับพรรค เพื่อสื่อสารกับประชาชนว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมทำงานทันที
และหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาจากนักธุรกิจและนักบริหารหญิงมากประสบการณ์ ที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจไทย และมีบทบาทผลักดันเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการค้า แม้จะไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่เป็นแคนดิเดตรองนายกฯ มาเป็นผู้ช่วยหาเสียงคนสำคัญ เดินสายหาหาเสียงตามตลาด พบปะประชาชน ไปจนถึงการขึ้นเวทีปราศรัย
อย่างเวทีปราศรัยที่ จ.อุบลราชธานี นางศุภจี สลัดภาพภาพนักบริหารระดับซีอีโอหมื่นล้าน มาโชว์ลีลา “เว้าอีสาน” อ้อนขอคะแนนอย่างเป็นกันเอง ทั้ง “คิดฮอดพี่น้อง คิดฮอดหลายๆ” พร้อมประกาศตัวขออาสาเข้ามาสานต่อการแก้ปัญหาราคาข้าวและสินค้าเกษตร
บทบาทที่นี้เอง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกการเมืองและโลกออนไลน์ ว่ากำลังกลายเป็น “นางแบกพรรคภูมิใจไทย” หรือแม้กระทั่ง “นางแบก นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค
อย่างไรก็ตาม นางศุภจี กลับปฏิเสธภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองกำลังแบกใคร เพราะทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง และตนเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่เข้ามาช่วยในเรื่องที่ถนัด คือ การค้าการขาย และการหารายได้ให้ประเทศ
นางศุภจี ชี้ให้เห็นว่า นโยบายหาเสียงของหลายพรรค มักเน้นการแจก การใช้จ่าย หรือการให้ผลประโยชน์ แต่สิ่งที่ตนพยายามสื่อสารคือ ประเทศจะหาเงินจากที่ไหนมารองรับรายจ่ายเหล่านั้น เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับอนาคตของประเทศ
เมื่อถูกถามถึงนโยบายประชานิยมของพรรคอื่น เช่น โครงการเศรษฐีเงินล้าน นางศุภจีเลือกตอบอย่างระมัดระวัง โดยระบุว่า เป็นสิทธิ์ของประชาชนในการตัดสินใจ แต่พรรคการเมืองที่เสนอนโยบายเหล่านั้น ต้องอธิบายให้ได้ว่า เงินจะมาจากไหน เกิดประโยชน์กับประเทศในภาพรวมอย่างไร และมีความยั่งยืนหรือไม่ หากตอบได้และประชาชนเห็นด้วย ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนเลือก
สำหรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย นางศุภจีย้ำว่า เป็นนโยบายที่ “พูดแล้วทำ” และมีการดูแลวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศไทยมีรายได้ราว 3 ล้านล้านบาท แต่มีรายจ่ายสูงถึง 4 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะขยับเข้าใกล้เพดานร้อยละ 70
ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว การใช้งบประมาณจึงต้องแม่นยำ ตรงจุด และให้ผลประโยชน์สูงสุดในระยะยาวนโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงไม่ใช่แค่การ “ให้ปลา” แต่เป็นการ “ให้เบ็ดตกปลา” เพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
ล่าสุด บนเวทีปราศรัยใจกลางกรุงเทพฯ นางศุภจี ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ตนไม่ใช่นักการเมือง แต่มาเพื่อบ้านเมืองเพราะกังวลต่อภัยเศรษฐกิจโลกจากการแบ่งขั้วอย่างรุนแรง และตั้งคำถามว่า ประเทศเล็กอย่างไทยจะยืนอยู่ตรงไหน หากไม่วางตำแหน่งตัวเองให้เหมาะสม
ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นางศุภจีตอบเสียงวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า “มีคนบอกว่าแต๋มเป็นนางแบกพรรคภูมิใจไทย แบกคุณอนุทิน แต่แต๋มไม่ได้ทำให้ใครคนใดคนหนึ่ง แต๋มทำเพื่อบ้านเมือง และคนไทยทุกคน”
พร้อมย้ำว่า แม้การเมืองจะน่ากลัว และต้องเผชิญการโจมตีหรือสาดโคลน แต่ก็พร้อมยืนอยู่ตรงนี้ เพื่ออนาคตของประเทศ และเพื่อให้หลังการเลือกตั้ง คนไทยยังคงมีชีวิตปากท้องที่มั่นคง
ทั้งหมดนี้ ทำให้บทบาทของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียงธรรมดา แต่กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทย ที่พยายามขาย ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ขายภาพลักษณ์ และขายความเป็นมืออาชีพ เพราะรู้ดีว่าเป็นพรรคที่ไม่มีฐานแฟนคลับ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองหลวง…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





