24 ก.ค.69 คือวันครบรอบ 1 ปี ของการเปิดฉากสู้รบไทย-กัมพูชา รอบแรก ภาพจำคือจรวดBM21 โจมตีชายแดนไทยอย่างบ้าคลั่ง สร้างความสูญเสีย และเจ็บปวดให้คนไทยในพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี แบบไม่มีวันลืม
เป็นความความโหดร้ายของ “ฮุนเซน และ ฮุน มาเนต” 2 พ่อลูก ที่สั่งการให้โจมตีพื้นที่พลเรือน บ้าน โรงพยาบาล และปั๊มน้ำมัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และจนถึงเวลานี้ สถานการณ์ชายแดนก็ยังคงตึงเครียด ทหารต้องเฝ้าระวังการลอบกัดของเขมร เพื่อปกป้องประชาชนอยู่ตลอดเวลาเวลา
โดยเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น มีการกระทบกระทั่งกัน และมีเสียงปืนบริเวณช่องบก มีการอ้างสิทธิ์พท้นที่ทับซ้อน มีการปิดด่าน ตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากดดันกันทั้ง 2 ฝ่าย มีการคุยกันของ “แพทองธาร ชินวัตร และ ฮุนเซน” ผู้นำ 2 ประเทศ และนำมาซึ่งคลิปเสียง ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวลาต่อมา “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล”ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเสียขา 2 ครั้ง ก่อนเกิดเหตุปะทะครั้งใหญ่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันที่ 24 ก.ค.ช่วงเช้ามืด หลังทหารไทยพบโดรนของกัมพูชาบินวนอยู่บริเวณด้านหน้าปราสาทตาเมือนธม ก่อนเปิดฉากปะทะ โดยกัมพูชากล่าวหาไทยเริ่มก่อน จากนั้นจึงมี BM21 ยิงถล่มเป้าหมายพลเรือนไทยเสียหายอย่างหนัก ทั้งบ้านเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน และปั๊มน้ำมัน สูญเสียจำนวนมาก
จนฝ่ายไทยต้องปฏิบัติการทางอากาศ เอฟ 16 ทิ้งไข่ทำลายเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา และเปิดปฏิบัติการยุทธบดินทร์ เพื่อตอบโต้ในภาคพื้นดิน โดยพื้นที่สู้รบส่วนใหญ่อยู่ในเขตกองทัพภาค 2 นำโดย”บิ๊กกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” มีการปะทะกันนาน 5 วัน ถึง 28 ก.ค.มีการเจรจาหยุดยิง มาเลเซียเป็นคนกลาง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการนายกฯ ในเวลานั้น ลงนามแถลงข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข กับ”ฮุน มาเนต” และศึกแรกจบลงโดยไทยเสียพื้นที่เล็กน้อย บริเวณ ปราสาทตาควาย และเนิน500 ศึกครั้งนั้น มีทหารอย่างน้อย 16 นาย และพลเรือน 14 คน เสียชีวิต บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง สร้างความบอบช้ำให้กับคนไทยในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างมาก
แม้ศึกครั้งนั้นจะมีข้อตกลงหยุดยิง และมีความพยายามทางการทูต ในการคลี่คลายสถานการณ์ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก กระทั่งรัฐบาลไทยมีการเปลี่ยนแปลง และนำมาซึ่งศึกรอบ 2 ในช่วงปลายปี การสู้รบขยายวงกว้างกว่าเดิม จาก 4 เป็น 7 จังหวัด สูญเสียอีกครั้ง และจบลงด้วยการเจรจาอีก แต่ภาพรวม ศึกรอบ 2 ฝ่ายไทยยึดพื้นที่คืนได้จำนวนมาก แต่ชายแดนยังคงตึงเครียดมาจนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีการแก้ปัญหาชายแดนที่ถาวร แม้ปัจจุบัน จะยังไม่เปิดด่าน และมีการริเริ่มทำรั้วชายแดนแล้วบางส่วนก็ตาม
สำหรับความคาดหวังของคนชายแดน ในโอกาสครบรอบ 1 ปี วันเปิดศึกเขมร ทุกคนได้แต่หวังให้ รัฐบาล สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า จะไม่เกิดสงครามอีก หรือถ้าเกิดขึ้นอีก ก็ขอให้เกิดเป็นรอบสุดท้าย ดำเนินการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อประชาชนชายแดนจะได้ทำมาหากันกันอย่างปกติสุข
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news