“กรวีร์”เดือด! ซัด ยิ่งชีพ “ใส่ร้ายฮั้ว สว.

การเมือง ข่าว
“กรวีร์”เดือด! ซัด “ยิ่งชีพ  “ใส่ร้ายฮั้ว สว. จ่อรวม 9 คนฟ้องหมิ่นฯ ทวงความเป็นธรรม ย้อนแรง! ถ้าถูกโยง Forex-ปลุกม็อบ จะยอมไหม จี้ รับผิดชอบคำพูด

 

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้กรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการ iLaw เปิดเผยข้อมูลและพาดพิงบุคคล 9 รายในประเด็นคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังหารือให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้ง 9 คน ดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของตนเอง ทั้งนี้ จากการติดตามการแถลงของนายยิ่งชีพ พบว่า ภายหลังกลับยอมรับว่าไม่มีพยานหลักฐานโดยตรง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากบุคคลอื่น ซึ่งมองว่าเป็นการกล่าวหาที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย พร้อมย้ำว่า นักการเมืองพร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน องค์กรอิสระ และภาคประชาชนอยู่แล้ว แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐาน ไม่ใช่การกล่าวหาเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือมีวาระทางการเมืองแอบแฝง

นายกรวีร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่นำมายื่นต่อฝ่ายค้านล้วนเป็นข้อมูลเดิมที่มีการตรวจสอบอยู่แล้ว จึงตั้งคำถามว่าการออกมาเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้มีเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้องค์กรภาคประชาสังคมยึดหลักความถูกต้องและความเป็นธรรมในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

สำหรับกรณีที่นายยิ่งชีพอ้างถึงหลักการป้องกันการฟ้องปิดปาก (SLAPP) นายกรวีร์ เห็นว่า การใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงของผู้ถูกกล่าวหา แตกต่างจากการใช้กฎหมายปิดกั้นผู้เปิดเผยข้อเท็จจริง โดยระบุว่า หากผู้กล่าวหายอมรับเองว่าไม่มีหลักฐาน การดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงก็เป็นสิทธิที่พึงกระทำได้

 

ทั้งนี้ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายกรวีร์ ยังกล่าวพาดพิงนายยิ่งชีพด้วยถ้อยคำว่า “ย.ช. จะยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว ก็ไปว่ากัน” พร้อมยกตัวอย่างเชิงสมมติว่า หากมีผู้กล่าวหานายยิ่งชีพว่าเกี่ยวข้องกับคดี Forex หรือมีส่วนปลุกปั่นเยาวชน ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน เจ้าตัวก็คงใช้สิทธิทางกฎหมายปกป้องตนเองเช่นเดียวกัน

ส่วนข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงตน นายกรวีร์ ระบุว่า เนื้อหาที่ถูกกล่าวหาเป็นเพียงการโยงว่า ผู้ช่วย สส. ของตนรู้จักกับผู้สมัคร สว. และขับรถพาไปสมัคร ซึ่งไม่ใช่หลักฐานว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมยืนยันว่า ไม่มีคลิปเสียง คลิปวิดีโอ หรือหลักฐานการโอนเงินใดที่เชื่อมโยงถึงตัวเอง จึงมองว่าการพาดพิงดังกล่าวเป็นการสร้างความเข้าใจผิดและมีแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่