Home
|
ทั่วไป

เปิดที่มาที่ไป ปม ซื้อเสียงสส. 7500 ต่อหัว?!

Featured Image
จากประเด็นร้อนระอุ การเลือกตั้งล่าสุด ในโลกออนไลน์ที่หลายคนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ฉะนั้น เรามาเปิดที่มาที่ไป ปม ซื้อเสียงเลือกตั้งหัวละ 7,500 เป็นไปได้อย่างไร?!

 

จากประเด็นร้อนระอุ การเลือกตั้งล่าสุด ในโลกออนไลน์ที่หลายคนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ฉะนั้น เรามาเปิดที่มาที่ไป ปม ซื้อเสียงเลือกตั้งหัวละ 7,500 เป็นไปได้อย่างไร?!

 

คุณ เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น กกร. และ เพื่อนไม่ทน ได้เปิดเผย ผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย ที่มีผลคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3%

 

พบว่า ปัจจุบันปัญหาทุจริตในไทยรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

 

สำหรับผลสำรวจฯ ผู้ตอบมากถึง 42% ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมาก และมากถึง 69% ระบุถ้ามีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะไม่รับ มีเพียง 18% ที่ตอบรับ

 

ซึ่งเมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร โดยรวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน โดยกรุงเทพฯและปริมณฑล สูงสุดที่ 7,500 บาทต่อคน  ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาทต่อคน ภาคตะวันออก สูงสุด 3,000 บาทต่อคน

 

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ 71.9% ตอบไม่เลือก เพราะผิดกฎหมาย เป็นการคอร์รัปชัน,การซื้อเสียงเท่ากับไม่มีความสามารถพอ,เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง,เลือกพรรคที่ชอบ เลือกคนที่อยากเลือก และกลัวโดนจับข้อหาขายเสียง

 

ขณะที่อีก 28.1% ตอบเลือก เพราะคุ้นเคย/รู้จัก, ผลงานที่ผ่านมา, ไม่รู้จะเลือกใคร,ตามอิทธิพลหัวคะแนน และได้รับเงิน/ผลประโยชน์ นำไปใช้จ่าย

 

อย่างไรก็ตาม จากประเด็นดังกล่าว กกต.ได้ออกมาแจง โดยคุณ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่ากกต.รับรู้ข้อมูล แต่ไม่ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่ชัด ซึ่งอาจเป็นการประเมินหรือเป็นความเห็นตามหลักวิชาการของภาคเอกชน แต่เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

 

โดยย้ำว่า เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องจัดการ เพื่อทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่มีนัยสำคัญต่อการลงคะแนนหรือไม่เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้คนชนะการเลือกตั้งได้ พร้อมยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเชิญภาคเอกชนที่ทำผลสำรวจเข้ามาให้ข้อมูล เพราะ กกต.มีหน้าที่ป้องกันและรับทราบข้อมูลเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดขึ้น

 

ท้ายที่สุด ทุกอย่างจิตสำนึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ซึ่งคำถามสำคัญ คือไม่ใช่ใครให้เท่าไร แต่คือ ระบบจะป้องกัน ไม่ให้การซื้อเสียงกำหนดผลการเลือกตั้งได้จริงหรือไม่

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube