“ยศชนัน” ปลื้มชาวมหาชัยเรียก”ยศชนะ”มั่นใจปักธงได้

การเมือง ข่าว

 

 

 

“ยศชนัน” ปลื้มชาวมหาชัยเรียก”ยศชนะ”มั่นใจปักธงได้ ลั่น หากเป็นนายกฯ ไม่ทิ้ง ก.เกษตรฯ ดูแลประมง–เกษตรครบวงจร ขณะ “หมอชลน่าน” หวั่นคนไทยเสียสิทธิ์ประชามติ รธน.ใหม่ ชี้ รัฐบาล–กกต. ไม่รณรงค์ ทำประชาชนสับสน

 

 

ภายหลังการหารือกับสมาคมการประมงสมุทรสาคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร หาเสียงที่ตลาดสดมหาชัย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งช่วงหนึ่งมีชาวบ้านเข้ามาจับมือและให้กำลังใจ พร้อมระบุว่าเลือกพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ขออย่าทำให้ผิดหวัง ขณะที่คุณยายผู้ค้าขายในตลาดมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้นายยศชนัน พร้อมเรียกว่า “ยศชนะ” และอวยพรให้ประสบความสำเร็จ สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดการลงพื้นที่

 

 

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ประชาชนเรียกชื่อดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พร้อมฝากหมายเลขเบอร์ 9 ไว้กับประชาชน โดยย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้สมัครจากหลายจังหวัดเข้าร่วม เนื่องจากปัญหาประมงเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน และพรรคเพื่อไทยตั้งใจมารับฟังอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า พรรคมีการทำงานด้านประมงและเกษตรในระยะยาว ทั้งการบริหารจัดการประมงในและนอกน่านน้ำ การกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน การสนับสนุนที่ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ทะเลไทย รวมถึงการปรับปรุงกฎหมาย การวิจัยเชิงลึก และการประสานงานด้านต่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

 

 

 

สำหรับคำถามเรื่องบทบาทกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายยศชนันย้ำว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับรายได้ประเทศ โดยมองว่าการเกษตร ประมง และสิ่งแวดล้อมล้วนเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ตนเองยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพร้อมดูแลนโยบายด้านนี้อย่างใกล้ชิด แม้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าจะคุมกระทรวงใด ส่วนกรณีที่หลายพรรคเริ่มเปิดตัวแคนดิเดตรัฐมนตรี นายยศชนัน ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์หลากหลาย ทั้งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งต้องทำงานร่วมกัน โดยมองว่าปัญหาประมงไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของประเทศ

 

 

นายยศชนันยังแสดงความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยสามารถปักธงในจังหวัดสมุทรสาครได้ พร้อมตอบคำถามสื่อต่างประเทศว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง พรรคเพื่อไทยต้องการเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน จะช่วยผลักดันประเทศให้เดินหน้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

ขณะเดียวกัน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย และอดีตคณะกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 แสดงความกังวลว่า ประชาชนจำนวนมากอาจเสียสิทธิ์ออกเสียงประชามติ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากขาดการรณรงค์และประชาสัมพันธ์จากรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ หลังรัฐสภามีมติให้จัดประชามติถามประชาชนว่า ควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่ภายหลังการยุบสภา กลับแทบไม่มีการดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบว่า กกต.กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นว่า องคาพยพของรัฐบาลไม่มีความพยายามผลักดันหรือพูดถึงการทำประชามติอย่างจริงจัง

 

 

นายแพทย์ชลน่าน ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่แทบไม่พูดถึงการรณรงค์ออกเสียงประชามติ ยกเว้นพรรคเพื่อไทยที่ตั้งคณะกรรมการรณรงค์อย่างชัดเจน ขณะที่ กกต.ซึ่งมีหน้าที่หลักในการประชาสัมพันธ์ กลับมีผลงานน้อยมาก ทำให้ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการประชามติ พร้อมกันนี้ ยังแสดงความห่วงใยกรณีมีประชาชนกว่า 1.26 ล้านคน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตั้งคำถามว่า คนกลุ่มนี้ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์แล้วหรือไม่ หากไม่ได้ลงทะเบียน จะทำให้เสียสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประชามติในภาพรวม

 

 

นายแพทย์ชลน่าน ย้ำว่า ไม่ว่าผลประชามติจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยอมรับตามเจตนารมณ์ของประชาชน แต่หากประชาชนลงคะแนนไม่เห็นชอบ ก็จะเป็นการปิดทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างถาวร พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า สถานการณ์ทั้งหมดอาจสะท้อนถึงเจตนาที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

 

 

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news