“พิสิษฐ์” ยัน “สว.”ไม่มีเจตนาเตะถ่วง แก้ รธน. หลังประชุมล่ม เหตุไร้ความชัดเจน เผย “ปธ.วุฒิสภา” ของดบินดูงานตปท. สแตนด์บายเผื่อเปิดประชุมวิสามัญ ย้ำที่มาองค์กรร่าง รธน. ต้องไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมขอ งกมธ. ว่า ทางวุฒิสภามีความกังวลที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องไม่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง เพราะอิงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่18/2568 จึงถือเป็นเรื่องหลักในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้ขัดกับคำนิจฉัยของศาล
ส่วนที่ในวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาที่องค์ประชุมล่มต้องอธิบายว่าในที่ประชุมคุยไปถึงว่าจะใช้ร่างหลักของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกประชาชน ในอนุหนึ่งหรือไม่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งผ่านประชาชน โดยตรง
หรือจะให้ประชาชนสมัครและให้รัฐสภาเลือก ตนจึงขอ ให้พักการประชุมและขยับเวลาในการโหวตไปในช่วงบ่ายเพราะอยากได้รายละเอียดมากกว่านี้ รวมถึงวุฒิสภาหลายท่านก็ยังไม่อยากให้โหวตเพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่ทางพรรคเพื่อไทยและเสียงส่วนใหญ่จะให้โหวตเลย เมื่อประธานในที่ประชุมขอนับองค์ประชุมจึงมีสมาชิกไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุมไป
นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงใดๆทั้งสิ้น สามารถไปดูบันทึกการประชุมได้เลยว่าเราเข้าประชุมเกินครึ่งทุกครั้ง สิ่งที่เรากังวลคือต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก หากไม่มีความชัดเจนเราก็ไม่กล้าโหวต เพราะคำถามถามว่าเห็นด้วยกับร่างของนายพริษฐ์ 256/1(1) หรือไม่ ซึ่ง (1) ไปพ่วงต่อใน256/2 และ 256/5 และร่างของนายพริษฐ์ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที เพราะมีการเชื่อมโยงกันหลายมาตรา จึงทำให้วุฒิสภาหลายท่าน มีความกังวล แต่มั่นใจว่าในวันที่12 พ.ย. ทางสภาจะให้ความร่วมมือแน่นอน
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ในกรอบระยะเวลาเราคาดว่าจะให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่18-19พ.ย. เพื่อจะได้พิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาก่อนเปิดสมัยประชุม คาดว่าจะมีการเปิดประชุมวิสามัญในวันที่8-9 ธ.ค. เพราะต้องนับไปอีก15วัน เพื่อเปิดประชุมร่วมวาระ3 ช่วงประมาณวันที่24-26 ธ.ค.ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่
“ทางประธานวุฒิสภา ท่านก็ขอความร่วมมือให้ทุกกรรมาธิการงดเดินทางไปต่างประเทศ เผื่อมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews