บช.ก.คดีเงินวัดนาป่าพง พบโยงกว่า 20 บัญชี ยันไม่มีเจรจายุติคดี

อาชญากรรม ข่าว
บิ๊กเต่า เตรียม ขยายผลคดีเงินวัดนาป่าพง จาก 6 บัญชีโยงเพิ่มกว่า 20 เส้นทางการเงิน ยันไม่มีใครกล้าเคลียร์คดี”

 

วันที่ ( 14 ต.ค 68) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก.) เปิดเผย ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินของพระและวัดนาป่าพง

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้รับเอกสารหลักฐานจากฝั่งผู้กล่าวหาที่ประเทศเยอรมัน และ ทนายความฝั่งของวัด มาตรวจสอบแล้วซึ่งการตรวจสอบก็จะให้ความสำคัญกับเอกสารทั้งหมด

 

แต่มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษคือเส้นทางการเงิน ของ เจ้าอาวาส,วัด,พระลูกวัด และคนใกล้ชิด ซึ่งจากเดิมพบเพียง 6 บัญชี แต่หลังจากขยายผล เส้นทางการเงินก็พบว่ามีความเชื่อโยงเพิ่มเติมขึ้นเรื่อย ๆ ถึงกว่า 20 บัญชี

 

สำหรับการตรวจสอบ ในช่วงแรกพบว่าค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะติดขั้นตอนการประสานกับสถาบันทางการเงินแต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับให้ช่วยเร่งรัดข้อมูล

 

และหากได้ข้อมูลทั้งหมดมาก็จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ก็คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง ยืนยันคดีนี้ไม่มีใครมาเจรจาเพื่อให้ยุติการทำงาน

 

ส่วนการส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาเรื่องสำหรับวางแนวทางเอาผิดนั้นเบื้องต้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลคดีที่ผู้กล่าวหาฝั่งเยอรมัน ได้เคยนำมาร้องเรียนให้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.แล้ว และ ป.ป.ช. ก็ได้ส่งเรื่องดังกล่าวกลับมาเพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการ

 

ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่าง ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) พิจารณาว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรหรือไม่และหากเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรก็จะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ เช่นอสส.อาจจะมอบหมายให้บก.ปปป. ดำเนินการหรือ อสส. อาจจะดำเนินการสอบสวนเอง หรือ อาจจะส่งตัวแทนเข้ามาร่วมกันทำทั้ง 2 ฝ่าย

 

ส่วนที่ 2 คือสำนวน คือส่วนที่นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความได้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวด้วยนนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อแล้วเสร็จก็จะส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการ

 

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสองฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อขอยุติคดีนั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยันว่า จากการสอบถามฝั่งผู้กล่าวหาทราบว่าฝั่งของทางวัดมีความพยายามที่จะขอไกล่เกลี่ยจริง แต่ผู้เสียหายแจ้งว่าจะไม่ยอมความและคดีดังกล่าวก็ถือเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความได้เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews