จากกรณีฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกันหลายวันส่งผลให้ปริมาณนํ้าในแม่นํ้าเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำของกรุงเทพมหานครที่ต้องเฝ้าระวังมาจาก 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่
1.ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ โดยช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและตกแบบ Rain Bomb ซึ่งมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2.น้ำทะเลหนุน ซึ่งจะมีผลดันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้สูงขึ้น และ 3.น้ำเหนือที่ไหลลงมา ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนค่อนข้างสูงใกล้เคียงกับปี 2554
แต่อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยเชื่อว่าปีนี้จะสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าเพราะมีบทเรียนและประสบการณ์ที่ผ่านมา
โดยในปัจจุบันเขื่อนเริ่มทยอยปล่อยน้ำลงมา อัตราการปล่อยอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับวิกฤตอยู่ที่ 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ดังนั้นยังมีช่องว่างในการรองรับได้ แต่ไม่สามารถวางใจได้ ต้องระวังหากเกิดพายุเข้าหรือฝนตกหนักทางภาคเหนือ ซึ่งมีโอกาสทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เขื่อนต้องปล่อยน้ำเพิ่ม
ในส่วนของแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีจุดฟันหลอที่ไม่มีคันกั้นน้ำ จำนวน 32 จุด ดำเนินการก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำเสร็จแล้ว 22 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 10 จุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ 3 จุดภายในเดือนกันยายน 2568 อีก 7 จุดที่เหลือ อยู่ระหว่างการของบประมาณ โดยจุดที่เหลือเหล่านี้ได้จัดเรียงกระสอบทรายแล้ว
สําหรับค่าระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกวันนี้ที่ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) ประตูระบายน้ำลาดกระบัง อยู่ในระดับน้ำปกติ ส่วนปริมาณน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ที่ นครสวรรค์อยู่ที่ 2,259 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยา 2,000 ลบ.ม./วินาที และ สามโคก จ.ปทุมธานี เฉลี่ยอยู่ที่ 2,078 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์นํ้าอย่างใกล้ชิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews