เปิดกฎหมายเด็กขับรถชนคนตาย รับโทษแค่ไหน

Hot Clips Video

 

จากเหตุการณ์สุดสลด ที่เด็กชาย อายุเพียง 11 ปี แอบนำรถยนต์ของผู้ปกครองออกไปขับขี่แล้วพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ ในจังหวัดมุกดาหาร เป็นเหตุให้มีพระสงฆ์มรณภาพแล้ว 8 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย

 

 

พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ระบุว่า หลังเกิดเหตุได้จ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว เด็กชายคนดังกล่าวไว้สอบสวนตามหลักของสหวิชาชีพ และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน รวมถึงเชิญผู้ปกครองมาให้ข้อมูล และพิสูจน์ย้อนไปว่าการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากสาเหตุใด

ทั้งนี้ ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามคือ เด็กอายุ 11 ปีจะต้องรับผิดทางกฎหมายจากเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนี้ อย่างไรหรือไม่

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ให้ความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีนี้ว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือความรับผิดของพ่อแม่เด็ก ซึ่งจะดูที่เจตนาและความระมัดระวังตามสมควร เช่น เคยห้ามปรามบุตรหรือไม่ เก็บกุญแจรถมิดชิดเพียงพอหรือยัง หากพบว่าพ่อแม่ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย อาจต้องรับผิดในทางแพ่งแยกต่างหากจากตัวเด็ก

เช่นเดียวกับ นายอิทธิพล โทรัตน์ ทนายอาสา ให้ความเห็นในมุมมองของนักกฎหมาย ว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า กรณีขับรถแล้วชนคนตาย กฎหมายถือว่ามีความผิด คือ
1. หากตั้งใจขับรถชนคนแล้วตาย ก็ผิดฆ่าคนตายโดยเจตนา
2. หากไม่ตั้งใจ ก็อาจจะผิด ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงมีความผิดตามกฎหมาย

จึงมีคำถามต่อว่า แล้วกรณีนี้ ผู้ที่กระทำผิดเป็นเด็ก อายุเพียง 11 ปี ต้องรับผิดในข้อหาดังกล่าวข้างต้นหรือไม่อย่างไร คำตอบ คือ ไม่ต้องรับโทษทางอาญา (เนื่องจากกฎหมายยกเว้นโทษให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี) แต่จะเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็ก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 เด็กไม่ต้องรับโทษ แต่พนักงานสอบสวนจะส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก เพื่อเข้าสู่กระบวนการประเมินและคุ้มครองสวัสดิภาพ

ส่วนความเสียหายในทางแพ่ง พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ดังนั้น ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ให้การดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี อย่าปล่อยปะละเลยจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายดังตัวอย่างข้างต้น แม้ว่าเด็กจะไม่ติดคุก แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอยู่ดี

เมื่อตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวจะพบว่า

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 73 บัญญัติว่า เด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ โดยให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพต่อไป ราชกิจจานุเบกษาประกาศแก้ไขเกณฑ์อายุจากเดิมไม่เกิน 10 ปี เป็นไม่เกิน 12 ปี ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 29 พ.ศ. 2565 และมีผลใช้ตั้งแต่ 8 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ระบุว่า ผู้ที่อายุ เกิน 12 แต่ยังไม่เกิน 15 ปี ถ้าทำความผิด ก็ไม่ต้องรับโทษ แต่กฎหมายเปิดช่องให้ศาลมีอำนาจสั่ง ‘มาตรการพิเศษ’ ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อฟื้นฟูเด็กที่กระทำผิดได้ ดังนี้
o ว่ากล่าวตักเตือนเด็ก และปล่อยตัว หรือจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง มาตักเตือนด้วยก็ได้
o วางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวังไม่ให้เด็กก่อเหตุร้ายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าทำอีก จะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท
o ส่งตัวไปสถานศึกษา, สถานฝึกและอบรม, สถานแนะนำทางจิต, หรือสถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก แต่ไม่ให้อยู่จนอายุเกิน 18 ปี
o กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติก็ได้ โดยแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติคอยควบคุม
o ส่งมอบตัวให้ไปอยู่กับบุคคลหรือองค์กรเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอน

ขณะที่ นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ ทนายพัฒน์ ให้ข้อมูลความรู้ทางกฎหมาย ในส่วนของความรับผิดของบิดา/มารดา มีทั้งส่วนที่อาจจะต้องรับผิดในทางอาญา กับ ส่วนที่ต้องรับผิดในทางแพ่ง โดยแบ่งเป็นดังนี้

(1) บิดา/มารดา อาจจะต้องมีความผิดในทางอาญาด้วย ฐาน ปล่อยปละละเลยหรือส่งเสริมให้เด็กไปกระทำความผิดหรือปล่อยให้เด็กมีโอกาสกระทำความผิดได้โดยง่าย เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ประกอบ มาตรา 78 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่