แกะรอยแก๊งค้ายาข้ามชาติ จ้างแอร์โฮสเตสหิ้วของไปนอก

Video

 

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ร่วมหารือกับ หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย หรือ ABF และ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย จากกรณีของ นางสาวมีนา แอร์โฮสเตส สาวไทย ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียหลังตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง และถูกแจ้งข้อหาหนักฐาน ลักลอบนำเข้ายาเสพติด และ ครอบครองยาเสพติด

 

 

เลขาธิการ ปปส. ระบุว่า ทั้ง 2 หน่วยงานมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกซึ่งกันและกันแต่ในรายละเอียดตรงส่วนนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการนำข้อมูลไปขยายผลหาเครือข่ายเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าทำให้ประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียได้รับความเสียหาย

ส่วนการตรวจสัมภาระลูกเรือสายการบิน ก็ถือเป็นขั้นตอนปกติ พี่สายการบินจะต้องมีการสอบถามลูกเรือแต่ละคนว่านำพาสิ่งของอะไรมาบ้าง พร้อมทั้งให้ชี้แจงสำแดงสิ่งของ เมื่อถึงคิวนางสาวมีนา ที่นำพากระเป๋ามา 12 ใบ เธอเองก็ยินดีให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนจะพบเฮโรอีน และถูกควบคุมตัวไว้

สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลในส่วนของคนส่งพัสดุ มีตัวละครที่เกี่ยวข้องหลายคน เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำเป็นเครือข่าย อีกครั้งนางสาวมีนายังบอกอีกด้วยว่า มีคนมารอนัดรับที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย รวมไปถึงพบแล้วว่าใครเป็นคนโอนเงินค่าจ้างขนของ 8,800 บาท แต่ยังไม่ขอบอกรายละเอียดว่าเป็นใครและสัญชาติอะไร

ขณะที่ ตัวแทนจากสำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย หรือ ABF ระบุว่าประเทศออสเตรเลียและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันยาวนานในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ในโอกาสนี้ขอขอบคุณเลขาธิการฯ ที่ได้สละเวลามาร่วมหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค

ทั้งนี้ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ เผยถึงพฤติกรรมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยขบวนการเหล่านี้ จะเริ่มจากการ ใช้เพจอวตาร ในการหว่านแห เพื่อหากลุ่มคนหรือเหยื่อ ที่รับจ้างหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย แคนาดา และไต้หวัน เมื่อมีการติดต่อกับเหยื่อได้แล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ จะมีการนำยาเสพติด กระจายไปยังคนที่รับหิ้วของระหว่างประเทศ ในราคาปกติ หรือ กิโลกรัมละ 300 บาท เพื่อไม่ให้เป็นที่ต้องสงสัย

เพจอวตารเหล่านี้ จะมีการโพสต์ว่า เป็นสินค้าโอทอป หรือ ของแบรนด์เนม จากนั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ที่มีความเชี่ยวชาญ กลเม็ดในการซุกซ่อนยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการฝังไปที่เส้นใยผ้า รวมทั้งในรูปแบบของสบู่เหลว หรือแชมพู ซึ่งรูปแบบการบรรจุยาเสพติด เหล่านี้ ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่มีสัญชาติลูกครึ่งเอเชียและยุโรป อายุประมาณ 50-60 ปี โดยกลุ่มคนเหล่านี้ มีการเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย และฝั่งจังหวัดหนองคาย กลุ่มคนเหล่านี้ จะมีนักเคมี เป็นชาวจีน และจะมีกลุ่มชาติพันธุ์(ม้ง) ทำหน้าที่ขนส่ง จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย ด้วยวิธีการ นำยาเสพติดที่มีแพ็คเก็ตสำเร็จรูป โดยเฉพาะวิธีการแยบยลและเทคนิคการซุกซ่อน ก็จะให้ขบวนการขนส่งกลุ่มชาติพันธุ์ ข้ามชายแดนมาส่งสินค้า ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ไปยังจังหวัดที่มีเครือข่าย เพื่อพักของ แล้วจึงจะย้อนกลับมาส่งที่ปลายทาง เพื่อเป็นการตัดตอนแหล่งที่มาของสินค้า โดยจะใช้วิธีการส่งผ่าน ขนส่งไรเดอร์ ตามปกติทั้งในเรื่องของราคา ตามระยะทางและน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ผู้รับผิดสังเกต ซึ่งผู้บงการจะทำการสั่งงานผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้หลักฐานน้อยที่สุด

จากนั้น สินค้าจะไปถึงมือผู้รับหิ้วก่อนที่ผู้รับหิ้วสินค้าจะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อมอบสินค้าใหัขบวนการข้ามชาติ จากนั้นจะมีการจ่ายเงินค่าสินค้า ในราคารับหิ้วตามปกติ โดยการจ่ายเงินจะใช้บัญชีม้า ที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจ่ายเงินให้คนรับหิ้ว จากนั้นจะลบเพจอวตารทิ้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการติดตาม

ทั้งนี้ จากการสืบสวนในเคสลักษณะนี้ ไม่มีเบาะแสล่วงหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนย้อนหลัง โดยการต้องไปตรวจสอบไรเดอร์ เส้นทางการเงิน รวมถึงพฤติกรรมของคนรับหิ้ว ที่มีรายจ่าย รายรับ และเครือญาติ ว่ามีเส้นทางการเงินแปลกปลอม หรือ ผิดปกติหรือไม่ เมื่อรวบรวมหลักฐานแล้วเสร็จ จะมีการออกหมายจับ กับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง แม้ข้อมูลนี้เจ้าหน้าที่เคยจับกุมได้บางส่วน แต่ก็ยังมีการเล็ดลอดไปได้ จึงเป็นที่มาของการหว่านสินค้าไป 100 คน หลุดรอดไปแค่ 1 คน ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะราคายาเสพติดในต่างประเทศ จะเพิ่มสูงหลายสิบเท่า จากราคาแหล่งผลิต

อย่างไรก็ตาม ปปส. จะมีการ Operation ขยายผลในเครือข่ายดังกล่าวภายใน 1 – 2 วันนี้

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่