อดีตไวยาวัจกรพร้อมชาวบ้านร้อง สอบสวนกลาง ขอให้ตรวจสอบ “รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี” ทั้งเรื่องเงินวัด และสีกาคนสนิท
วันนี้ (24 ก.ค. 68) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี ได้รวมตัวเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพฤติกรรมของรักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี โดยระบุว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับสีกาคนสนิทและการบริหารจัดการเงินวัดที่ไม่โปร่งใส
นายนิติพงษ์ คุ้มวงษ์ อดีตโฆษกประจำวัด กล่าวว่า ชาวบ้านต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องการเงินของวัดอย่างละเอียด และอยากได้เจ้าอาวาสที่มีความบริสุทธิ์และคุณธรรมมาดำรงตำแหน่ง เนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสมรณภาพไปเป็นเวลา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเจ้าอาวาสที่ดี ชาวบ้านจึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
นายนิติพงษ์ ระบุว่า พฤติกรรมของรักษาการเจ้าอาวาสที่ชาวบ้านรับไม่ได้มี 2 ประเด็นหลัก คือ เรื่องของการ สนิทสนมใกล้ชิดกับสีกา ซึ่งเป็นผู้ติดตามและจัดการเรื่องต่างๆ ภายในวัดอย่างใกล้ชิดมานานกว่า 10 ปี สีกาคนดังกล่าวจะอยู่ด้วยและติดตามไปทุกที่ แม้กระทั่งในกุฏิสองต่อสองแทบทุกวัน ชาวบ้านเห็นพฤติกรรมการแสดงออกที่ “กะหนุงกะหนิง” คล้ายกับคู่รัก อีกทั้งยังมีการเบนกล้องวงจรปิดไม่ให้บันทึกภาพภายในกุฏิ สร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
สำหรับประเด็นเรื่องเงินวัด นายนิติพงษ์ กล่าวว่า หลังอดีตเจ้าอาวาสมรณภาพไป รักษาการเจ้าอาวาสได้บริหารจัดการเงินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ให้ไวยาวัจกรและกรรมการวัดเข้าไปดูแล มีการทำกรงสเตนเลสสองชั้นปิดกั้นหลักฐานทางการเงินทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านไม่ทราบว่าเงินบริจาคต่าง ๆ ของวัดถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร
ด้าน นายพิศาล เกิดน้อย ไวยาวัจกรของวัด เปิดเผยว่า รายได้ของวัดที่ผ่านมามีจำนวนมาก อาทิ เงินในส่วนของโบสถ์ประมาณ 14 ล้านบาท และเงินกฐินปีละประมาณ 3 ล้านบาทเศษ นอกจากนี้ ยังมีเงินบริจาคตามตู้ต่าง ๆ อีกสัปดาห์ละ 60,000 – 70,000 บาท หรือหลักแสนในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งรวมแล้วเป็นเงินหลายล้านบาทต่อปี เงินจำนวนเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของรักษาการเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว โดยไม่ให้ไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัดเข้าไปตรวจสอบได้ เมื่อชาวบ้านร้องขอตรวจสอบบัญชี ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องของพระที่ชาวบ้านไม่สามารถตรวจสอบได้
นายนิติพงษ์ ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริงและมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะมอบให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีความขัดแย้งภายในวัด แต่ต้องการปกป้องพระพุทธศาสนาและต้องการให้วัดมีเจ้าอาวาสที่ดี มีความโปร่งใสมาบริหารและพัฒนาวัดต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews