ตร.รวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งปล้นเงิน 3.4 ล้าน ยึดเงินคืน 1.9 ล้านบาท

อาชญากรรม ข่าว
ตร.รวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งปล้นเงิน 3.4 ล้าน ยึดเงินคืน 1.9 ล้านบาท พบประวัติคดีโชกโชน เร่งขยายผลจับกุมตัวผู้ก่อเหตุร่วม

 

วันนี้ (1 ก.ค.68) ที่ สน.พหลโยธิน พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พลตำรวจตรีนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ผู้ก่อเหตุปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท จากผู้เสียหาย เหตุเกิดลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าวเมื่อวานนี้ โดยใช้เวลา การประชุมนานเกือบ 2 ชั่วโมง

 

 

พลตำรวจโทสยาม เปิดเผยความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่าเมื่อคืนนี้ชุดสืบสวนสอบสวนได้ติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุและสามารถจับกุมได้ 2 คน คือ นายเฌอพัชญ์หรือหวาน และนางสาวนานา โดยจับกุมได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ในการติดต่อผู้เสียหายผ่านช่องทางออนไลน์และนัดหมายสถานที่ในการแลกเงิน เมื่อผู้เสียหายมาตามนัดนายเฌอพัชญ์ จะล่อลวงผู้เสียหายไปที่รถ ซึ่งมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรออยู่ในรถแล้ว หลังจากนั้นได้ชิงเงินและหลบหนีไปยังห้องพักย่านประชานิเวศน์ เพื่อไปขนสัมภาระและทรัพย์สินต่างๆ ก่อนหอบเงินไปยังรีสอร์ทในอำเภอลาดหลุมแก้ว

 

 

หลังจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ชุดสืบสวนได้นำตัวไปค้นที่พักในรีสอร์ทย่านลาดหลุมแก้ว พบเงินสด 1.9 ล้านบาท พร้อมยึดสมุดบัญชีธนาคารและบัตรประจำตัวของผู้เสียหายคนอื่น ๆ ที่เคยแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม ส่วนเงินที่เหลืออยู่กับผู้ต้องหาอีก 5 คน

 

 

และจากการขยายผลพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 5 คน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาเดียวกัน ขณะที่ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี

 

สำหรับพฤติการณ์ระหว่างผู้เสียหายและเอเย่นต์ ก่อนหน้านี้เคยทดลองซื้อขายคริปโตกันมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก สองแสนบาท ครั้งที่ 2 สามแสนบาท ซึ่งครั้งนี้เป็นการซื้อขายครั้งที่สาม ผู้เสียหายได้เพิ่มเงินจากหลักแสนเป็นหลักล้านเพราะเชื่อใจ อีกทั้งการแลกเปลี่ยนเป็นเงินจำนวนมากจะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 60,000 บาท

 

 

และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าผู้ต้องหาหลายคนมีประวัติเรื่องการลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยาเสพติด และอีกหลายคดี ส่วนนายเฌอพัชญ์และนางสาวนานา มีคดีกรรโชกทรัพย์ซึ่งเป็นหมายคดีค้างเก่าในพื้นที่ สน.โคกคราม

 

นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหารู้จักกันจากการเสพยาเสพติดและเช่าที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน และเงินที่พบที่รีสอร์ทเป็นเงินส่วนหนึ่งจากการกระทำผิด

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่