“อนุทิน” ไม่มีใครสามารถยึดครองประเทศไทยได้

การเมือง ข่าว
“อนุทิน” ไม่มีใครสามารถยึดครองประเทศไทยได้ ชุมชนอิสราเอลในอำเภอปาย เป็นการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกระทำใดๆ ในเรื่องการก่อการจารกรรม

 

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่โบสถ์ชาบัด อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นสถานที่ทำกิจกรรมทางศาสนาของชาวอิสราเอล หลังเกิดกระแสข่าวมีชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และก่อความวุ่นวายในพื้นที่อำเภอปาย ว่า จากการประชุมหลายฝ่ายได้ข้อสรุปที่ดีมาก วันนี้ลงพื้นที่ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอปาย ผู้นำองค์กรท้องถิ่น ได้รับการยืนยันจากทุกฝ่ายว่าสถานการณ์ปกติทุกอย่าง นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ มีรายได้เพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 

 

ส่วนเรื่องความกังวลว่าจะมีการสร้างชุมชนอิสราเอลในอำเภอปาย นายอนุทิน ชี้แจงว่า เป็นการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง อำเภอปายมีประชาชนชาวอิสราเอลตั้งถิ่นฐานมาแต่งงานกับคนไทยเพียง 20 กว่าครอบครัว ซึ่งเขาก็ดำรงชีวิตอย่างปกติ ในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว ก็มาท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะมีความแตกต่าง ในเรื่องของวัฒนธรรม ท่านทูตอิสราเอลก็จะรับไปทำความเข้าใจว่ามาเที่ยวประเทศไทยควรแต่งตัวควรจะแต่งอย่างไรให้กลมกลืน ผสมผสาน และไม่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ

 

 

ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่มีการกระทำใดๆ ในเรื่องการก่อการจารกรรม การสร้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่มีอย่างแน่นอน ส่วนที่เป็นศาสนสถาน หรือฮาบัด ได้จดเป็นมูลนิธิที่ถูกต้อง อยู่ในรั้วรอบขอบชิดไม่ได้ห้ามคนไทยเข้า เป็นสถานที่สาธารณะ แต่ในวัฒนธรรมทางศาสนาของคนอิสราเอลบางคนเคร่งมาก

 

 

เมื่อถามว่า โบสถ์ชาบัดถูกจดเป็นมูลนิธิ แต่ว่าใช้เป็นศาสนสถานผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาไม่ได้เป็นวัด เป็นมูลนิธิ ซึ่งมูลนิธิก็รับผิดชอบในเรื่องของอาคาร มีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ดูแล้วไม่ได้เป็นที่ที่ห้ามใครเข้า แต่ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องเราจะเข้าไปทำไมนอกจากจะเข้าไปดู

 

 

สำหรับ นางออร์นา กล่าวว่า รู้สึกไม่ค่อยพอใจหลังเห็นป้ายห้ามคนอิสราเอลเข้าร้านในพื้นที่สาธารณะหรือร้านอาหาร ทำให้หวนนึกถึงประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวยิว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และวันนี้ได้พบกับ นายอนุทิน และมีความร่วมมือกันที่ดี มั่นใจว่าจะสามารถหาแนวทางหรือทางออกร่วมกันได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยประมาณ 300,000 คน/ปี มาท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมและผ่อนคลายกับบรรยากาศธรรมชาติ ในประเทศที่สวยงามเช่นนี้ ในประเทศที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้ม

 

 

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มั่นใจว่า ภายหลังจากข่าวนี้ออกไป กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะลดลง และสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็จะมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

 

 

ส่วนมาตราการควบคุมนักท่องเที่ยว ทางสถานทูตได้มีการออกประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอร้องให้นักท่องเที่ยวประพฤติตัวให้เหมาะสมเป็นไปตามวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ซึ่งประกาศอันนี้กระจายไปทั่วในกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลในไทยและโซเชียลมีเดียในช่องทางต่างๆของสถานทูต ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวรับทราบถึงประกาศอันนี้ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เหมาะสมขึ้นเพราะรู้สึกห่วงใยคนไทย

 

 

แม้บางครั้งการมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็อยากจะมาพักผ่อนและรู้สึกดื่มด่ำกับบรรยากาศในประเทศไทย ดังนั้นนักท่องเที่ยวก็อยากรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและไม่ก่อให้เกิดการฝ่าฝืนหรือละเมิดต่อกัน และขอยืนยันว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็มีประเทศเป็นของตนเองไม่ต้องการที่จะยึดครองประเทศไทย เราแค่ต้องการมาท่องเที่ยวเท่านั้นและกลับไปที่ประเทศของเรา

 

 

หลังจากนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า ไม่มีใครสามารถยึดครองประเทศไทยได้ และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ก็ย้ำเช่นกัน นายอนุทิน กล่าวถึงมาตรการการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ พฤติกรรมมึนเมาของนักท่องเที่ยว การสูบกัญชา ว่า ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายอำเภอปายไปแล้วให้เร่งดำเนินการ เช่น การออกใบอนุญาต ที่ต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่ เพราะ อ.ปายเป็นเมืองสงบ ไม่ใช่ว่าคนมาเยอะจะต้องสูญเสียอัตลักษณ์ไป ตนไม่อยากเห็นเมืองที่สงบ มีวัฒนธรรมดีงาม จะต้องเปลี่ยนรูปแบบไป

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';