“พิธา” มั่นใจข้อกม.สู้คดียุบพรรค ซัดกกต.ไม่ให้โอกาสชี้แจง

การเมือง ข่าว

 

 

 

“พิธา” มั่นใจข้อกฎหมายสู้คดียุบพรรค ซัด กกต. หากให้โอกาสชี้แจง คดีไม่ไปถึงศาล ขณะมอง สังคมครหา “สว.ชุดใหม่”ขอรอ ดูประชุมร่วมรัฐสภา ทดสอบวัดใจอภิปรายแก้รัฐธรรมนูญ ป้องกันรัฐประหาร

 

 

 

 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัย คดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ว่า ยังมั่นใจในข้อเท็จจริง และความสม่ำเสมอของระบบยุติธรรม

 

โดยสิ่งที่พรรคก้าวไกลต่อสู้คือ ข้อกฎหมาย ซึ่งพรรคก้าวไกลชี้ให้เห็นว่า กรณีของพรรคก้าวไกลต่างจากการยุบพรรคในอดีต เพราะมีระเบียบของ กกต. เมื่อปี 2566 และ กกต. ต้องดำเนินการตามระเบียบ แต่ กกต.ไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น จึงทำให้พรรคก้าวไกลเสียโอกาส ในการชี้แจง ตั้งแต่ต้นทางของระบบยุติธรรม

 

นายพิธา เชื่อว่า ถ้าหาก กกต. ทำตามระเบียบ มีโอกาสให้รับทราบข้อเท็จจริง และต่อสู้ ตั้งแต่ชั้นของ กกต. อาจจะไม่มีคดีนี้เกิดขึ้น และวันนี้ตัวเองเสียโอกาสนี้ไปแล้ว และเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นปลายทางของกระบวนการยุติธรรม แล้วกกต.จะรับผิดชอบอย่างไร

 

ส่วนคดีที่ 40 สว.ยื่นถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่จะมีการตัดสินในเดือนสิงหาคม มองสถานการณ์การเมืองอย่างไร นายพิธา ระบุว่า หากมองในมุมระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง สิ่งที่ทำลายสมาธิ

 

ทั้งพรรคก้าวไกล และนายกรัฐมนตรีเอง ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ใช้เวลาไปกับการเสียสมาธิ กับการแย่งชิงอำนาจและการเข้าสู่อำนาจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาของประชาชน หมักหมม คาราคาซังมานาน

 

ขณะเดียวกัน หากพรรคการเมืองจะเกิดการยุบสลายไป ก็ต้องเกิดเพราะไม่มีคนเลือก ประชาชนสร้างขึ้นมา ก็ต้องเป็นผู้พิพากษาพรรคการเมือง เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีที่มาจากนโยบาย ก็ต้องรับผิดชอบด้วยมาตรฐานทางการเมือง หากรู้ว่าผิดก็ควรจะลาออกแล้วเปิดทาง ให้คนอื่น

 

แต่ไม่ควรที่จะให้องค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ปกป้องประชาธิปไตย ไม่ใช่มีหน้าที่ทำลายประชาธิปไตย ควรจะให้เป็นไปตามระบบครรลองคลองธรรมของประชาธิปไตยที่ถูกต้อง พร้อมย้ำชัดว่า ไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะต้องหลุด เพราะกระบวนการที่เกิดขึ้น

 

ทั้งนี้ ที่ในระหว่างที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้าน แล้วพูดว่า เสียดายที่ไม่ได้เข้าทำเนียบรัฐบาลระหว่างรับฟังปัญหาของชาวบ้าน นายพิธา ตอบว่า เพราะกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงความมั่นคง เป็นกระทรวงที่พรรคก้าวไกลอยากจะเข้าไปบริหารเมื่อครั้งมัการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันแก้ปัญหาในหลายเรื่อง

 

นอกจากนี้ นายพิธา ยังกล่าวถึงผลการเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานทั้งสองคน ที่ผลคะแนนมาเป็นกลุ่ม ระดับ 150 ถึง 160 คะแนน ว่า สังคมมีข้อครหา ในเรื่องเอกภาพและอิสระของความเป็น สว.

 

ซึ่งก็ต้องมาดูกันต่อในการแก้รัฐธรรมนูญ รายมาตรา ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคก้าวไกล ยื่นต่อสภาเมื่อวานนี้ ที่จะเป็นรัฐธรรมนูญ ที่จะป้องกันการทำรัฐประหารและไม่ให้นิรโทษกรรมตนเองได้

 

ซึ่งจะต้องมีการประชุมร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ซึ่งจะมีการอภิปรายทั้งสองฝ่าย และจะได้ดูว่า ส.ว. ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนมากนัก แต่จะทำเพื่อประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ตนเองอยากเห็นว่าเค้าจะอภิปรายและโหวตอย่างไร เพราะจะเป็นเวทีในการแก้ข้อครหาและ ความเป็นเอกภาพเกี่ยวกับความเป็นอิสระ ประสิทธิภาพ ของ สว. ได้

 

ส่วนปัญหาอุปสรรคที่กฎหมายฉบับต่างๆจะต้องผ่านกับสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้นั้น นายพิธา ขอให้ดูต่อไป เพราะไม่อยากสรุปในสิ่งที่ตนไม่ได้ติดตาม หรือเรื่องที่จะรู้ว่าใครต่อใครคิดอย่างไร แต่ก็อย่างที่บอกว่ามีวิธีที่จะทดสอบ คือการเอาเรื่องที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ทดสอบ สว.รวมไปถึงรัฐบาลที่เคยพูดไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนที่กังวลว่าจะมีอำนาจพิเศษมาทำให้เกิดการรัฐประหารในปี 2567 ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews