โฟโต้ ย้ำปมฆ่าเสี่ยหมกคอนโด อ้างขัดแย้งธุรกิจ

อาชญากรรม ข่าว
ผบช.ภ.1 แถลง หลังตำรวจรวบ “โฟโต้” มือแทง 15 แผลหมกคอนโดนนทบุรี ชี้ เจ้าตัวรับสารภาพ อ้างขัดแย้งธุรกิจ พร้อมสำนึกผิดฝากพ่อมาขอโทษทุกคน

 

 

 

วันนี้ (1 พ.ค.67) ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายพรชัย พ่อของ นายภูริณัฐ ร่วมกันแถลงข่าวในคดีที่นายภูริณัฐ หรือโฟโต้ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นายไพศาล ทองอ่อน อายุ 54 ปี หนุ่มใหญ่ทำธุรกิจขายเสื้อผ้าก่อนหมกศพคาคอนโดในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

 

 

พล.ต.ท.จิรสันต์ ระบุว่า ตั้งแต่ทราบเรื่องในวันที่ 26 พฤษภาคม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เวลา 5 วันในการติดตามตัว เนื่องจากในระหว่างนั้นผู้ต้องหามีการเปลี่ยนชุด และเปลี่ยนรถเพื่ออำพรางในการหลบหนี จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลา แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ในที่สุด

 

 

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงมีการแจ้ง 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี และ พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร แต่จากการรับสารภาพถึงมูลเหตุจูงใจ ระบุว่าขัดแย้งทางธุรกิจกับผู้ตาย ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจนกว่าจะได้หลักฐานส่วนอื่นมาประกอบจนครบ ซึ่งยังมีการคาดการณ์ไว้อีกหลายประเด็น

 

 

จากการตรวจสอบของกลาง พบว่า มีบัตรประชาชนบุคคลอื่นจำนวน 3 ใบ , บัตรประจำตัวนักศึกษา 1 ใบ , บัตรATM และสมุดบัญชี 3 รายการ , ซิมการ์ด , โทรศัพท์มือถือ และทองคำมูลค่า 28 บาท เป็นเงินมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

 

ด้านนายพรชัย พ่อของผู้ต้องหา ได้เข้าร่วมในการแลงข่าว และยกมือไหว้และกล่าวขอโทษไปยังครอบครัวของผู้ตาย สิ่งที่ทางครอบครัวจะช่วยเหลือได้ คือช่วยเยียวยาตามความสามารถที่ทำได้ และขอโทษถึงการก่อเหตุของลูกชาย พร้อมให้ลูกชายรับผิดตามกฎหมาย

 

 

ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยถึงลักษณะการแต่งกายของน้องนั้น คุณพ่อกล่าวว่า เนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว น้องประสบอุบัติเหตุที่จังหวัดเชียงใหม่ เลยมีปัญหากระดูกหักที่คอและขาเลย ทำให้น้องมีปัญหาด้านการเดินตามที่ปรากฏในภาพ ส่วนที่น้องใส่ฮู้ด ตลอดเวลานั้น

 

 

เนื่องจากน้องดามคอ และการสวมแว่นตาถึง 2 ชั้น เป็นเพราะน้องสายตายาวและน้องชอบใส่แว่นกันแดด บางครั้งเลยมักจะสวมแว่นกันแดดและทับด้วยแว่นสายตา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของน้อง

 

 

ทั้งนี้จากข้อมูลการสอบสวน พบว่า ขณะที่ผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมอยู่ที่บ้านที่ จ.ชุมพร นั้น ผู้ต้องหาได้พยายามทำลายหลักฐาน ด้วยการนำเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุมาเผาภายในสวนหลังบ้านของผู้ต้องหาเอง ซึ่งทางผู้ต้องหาได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปชี้จุดและเก็บซากเสื้อผ้ามาส่วนมาเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีนี้

 

 

ทั้งนี้ทางตำรวจยังต้องมีการสืบสวนต่อ ถึงบัตรประชาชนของบุคคลอื่น ว่าได้มาอย่างไร และนำมาใช้อย่างไร ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย 2 เครื่องที่ผู้ต้องหาได้ขายให้กับร้านโทรศัพท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล แต่จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหามีท่าทีสำนึกผิดและเสียใจ และฝากพ่อมาขอโทษครอบครัวของผู้ตายอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews