ไม่แต่แค่ 8 ข้อคำแนะนำ จาก ปปช.ที่ยังคงเตือนแรงแบบเน้น ๆ ย้ำถึงความเสี่ยงของรัฐบาลหากยังเดินหน้าโครงการเรือธง ดิจิทัลวอเล็ต กู้มาแจก5แสนล้าน ของ “รัฐบาลเพื่อไทย-เศรษฐา” และ กรณี “มติ กนง.”ที่ให้คงอัตราดอกเบี้ย เมื่อวาน(7ก.พ.)ที่จะถือเป็น “สัญญานเดียวกัน” หรือไม่ กับ โซ่ตรวนล่าม”ขาอีกข้าง”ของ “คนชั้น14”-“ทักษิณ” ที่กำลังจะหลุดพ้นได้กลับในช่วง 18หรือ 22ก.พ. กับการ อายัดตัวในอีกคดี ม.112 ที่อยู่ในชั้น “อัยการ”ในการนำตัวส่งฟ้องต่อศาล
แม้ในภาพใหญ่ “พี่อ้วน-ภูมิธรรม” จะยืนยันในธงไม่เอาด้วยกับประเด็นการเฉียดใกล้ ม.112 ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีเพียงพรรคก้าวไกลที่บรรจุไว้ ประหนึ่งแสดงให้ “ฝ่ายอนุรักษ์นิยม”สิ้นสงสัยคลายความระแวง ว่า สัญญานยังคงล็อคตัว”ทักษิณ” เป็น”ตัวประกัน”ต่อไป ผ่านคดี112 จะทำให้เกิดการกลับไปคืนดีกันระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกล หันมาตลบหลัง “ฝ่ายอนุรักษ์ฯ
หากแต่ “สัญญาน”ที่ออกมากรณี “ดิจิทัลวอเล็ต”ที่สัปดาห์หน้าจะมีการประชุม “บอร์ดดิจิทัล”เพื่อเคาะสรุปส่งต่อ ครม.ก็ยังเข้มข้น ล้อกันไปกับประเด็น “คนชั้น14″อย่างที่ หลายฝ่ายมีการขยายผล 8 ข้อคำเตือน ของ ปปช.เมื่อวาน(7ก.พ.) ให้รัฐบาล “ยอมถอย”อย่าดันทุรังเดินหน้าโครงการเรือธง ด้วยการกู้มาแจก อย่างที่ “สว.สมชาย”โพสFB พาดหัว ข้อเสนอปปช ดิจิทัลวอลเลท กู้มาแจก5แสนล้านเสี่ยงคุกว่ารัฐบาลควรใส่ใจและทบทวนการดำเนินการหรือยกเลิกโครงการตามคำเตือนปปช.ที่ให้ระวังทุจริตเชิงนโยบาย นโยบายหาเสียงของพรรคและนโยบายรัฐบาลอาจเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญและพรบพรรคการเมืองมีความเสี่ยงต่อกฎหมายหลายฉบับ,เศรษฐกิจประเทศไม่ได้วิกฤติแค่มีภาวะชะลอตัวเท่านั้น หากรัฐบาลจำเป็นจะทำต้องแจกเฉพาะคนเปราะบางเท่านั้นใช้เงินตามพรบ.งบประมาณปกติจะออกพรบเงินกู้ไม่ได้ และจ่ายเป็นงวด ๆ ด้วยเงินบาทผ่านแอพเป๋าตังค์เท่านั้น #เลิกเถอะครับอย่าดันทุรัง #เตือนมาด้วยความหวังดี
เช่นเดียวกับ “อ.สมชัย”อดีตกกต.และอดีต กมธ.งบ66 ที่ระบุพอยน์สำคัญอยู่ที่ “การกู้มาแจก”ที่เป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมาย โดยมองว่า ปปช.ไม่ได้ทำเกินหน้าที่ เพราะ พรป.ปปช.ม.32เขียนไว้ปปช.มีหน้าที่และอำนาจเสนอ มาตรการ ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตแม้โครงการยังไม่เกิด ก็เสนอเพื่อป้องกันได้ และครม.ก็ไม้จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของ ปปช.ก็ได้ เพราะข้อเสนอของ ปปช. เป็นเพียงการให้ข้อคิดเห็น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม
ส่วนรัฐบาล ควรเดินหน้าในเรื่อง การแจกเงินดิจิทัล อย่างไรนั้น หากรัฐบาลเห็นว่าเป็นสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน ก็ออกเป็น พระราชกำหนด แต่หากอยากให้รัฐสภามีส่วนรับผิดชอบก็ออกเป็นพระราชบัญญัติ ส่วน ครม. จะกล้าลงมติ ส่ง ร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เข้าสภาหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรตามมา คำตอบ คือไม่รู้ ถ้าอยากรู้ก็ทำเลย
ที่ก็เช่นเดียวกับคำเตือนจาก”นักร้องคนดัง”‘เรืองไกร’ ที่ก็ออกมาเตือน ‘รัฐบาลเศรษฐา ‘เช่นกันว่า จาก คำเตือนของ ปปช.ต่อรัฐบาลที่อาจชี้ช่องให้มีนักร้องไปร้องเรียนโครงการดังกล่าวได้ง่าย ถ้ากล้าทำตนเองก็ไม่รู้ ถือว่าเตือนแล้ว ขอบคุณ ป.ป.ช.ที่เตือนกกต. เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปล่อยพรรคการเมืองหาเสียงจะพูดอะไรก็ได้ถึงเวลาบอกว่าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถ้าตระบัดสัตย์ หรือโกหกประชาชนได้ แล้วอาจจะสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างอื่นได้ ไม่ใช่เอาแต่อำนาจ รวมหัวกันหาอำนาจ ทรยศเพื่อนฉีก MOU ขอให้ตระหนักไว้ ตนเองยังเป็นนักร้อง และนักตรวจสอบอยู่
ในขณะที่ผู้คนฝั่งรัฐบาล ยังคงมีท่าทีไม่แผ่ที่จะดันโครงการนี้ผ่านเหตุผลจากประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจไปสู่จะวิกฤติ ไม่แต่ “นายกเศรษฐา”หรือบรรดารัฐมนตรีอย่าง “พี่อ้วน” ที่พูดถึง “วิกฤติต้มยำกุ้ง” รวมถึง “โฆษกชัย”ที่วันนี้ออกมาย้ำอ้างถึงตัวเลขของ “หมอมิ้ง”ยืนยันหากไม่มีมาตรการการกระตุ้นเงินหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมเศรษฐกิจไทยจะเจอวิกฤติที่แท้จริง แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้อยู่ขั้นวิกฤต แต่คาดการณ์ได้ว่า หากไทยยังไม่ดำเนินนโยบายที่เห็นผลเป็นรูปธรรม อาจทำให้เจอวิกฤตที่แท้จริง.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews