ชาวบ้านห้วยแถลงนับร้อยรวมตัวค้านที่พักสงฆ์

ข่าว ภูมิภาค
ชาวบ้านนับร้อย รวมตัวค้านที่พักสงฆ์ฯ ขอรังวัดเขตโบราณสถาน หลังกรมศิลปากรมีคำสั่งให้รื้อ แต่ไม่คืบเดินหน้าแจ้งเอาผิด มาตรา 157

 

 

ผู้สื่อข่าวว่าวานนี้ (16 พฤศจิกายน 2565) ชาวบ้านได้ทราบว่า จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดิน เข้ามารังวัด เพื่อขอระวางแผนที่สำหรับออกโฉนดที่ดิน ตามเอกสารแสดงสิทธิ์การครอบครอง (สค.1) ในบริเวณพื้นที่รอบตัวปราสาท ทำให้ชาวบ้านนับร้อยคน พร้อมด้วย ดร.สุขอนันต์ วังสุนทร ประธานองค์การตรวจสอบการทุจริต (FIO) รวมตัวออกมาคัดค้านการชี้จุดรังวัดดังกล่าว

 

เนื่องจากมองว่า เป็นการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากไม่มีคำสั่งศาลยุติธรรมแสดงประกอบ ว่า ผู้มีเอกสารสิทธิ์แจ้งการครอบครอง (สค.1) ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ เจ้าหน้าที่ที่ดินจึงไม่มีอำนาจรับคำร้องออกมาทำการรังวัดดังกล่าว

 

รวมถึง พื้นที่ที่ขอเข้ามาทำการรังวัดนี้ มีการประกาศเป็นพื้นที่โบราณสถานปราสาทบ้านหลุ่งตะเคียนไปแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 โดยไม่มีการร้องคัดค้านจากผู้ถือสิทธิ์การครอบครองเดิม ทำให้สิทธิในการครอบครองสิ้นสุดลงไป จะนำมาอ้างอิงไม่ได้ พร้อมกันนี้ ตัวแทนชาวบ้านยังได้ยื่นหนังสือร้องคัดค้านไปยังเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานกรมที่ดิน

 

ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 หลังไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนประมวลกฎหมายที่ดิน มีเจตนาพิเศษในการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคล ทั้งที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตโบราณสถานชัดเจน

 

หลังจากนั้น นายสุทา ประทีป ณ ถลาง คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้าน หลังมีตัวแทนชาวบ้านไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่อาคารรัฐสภา ถึงปัญหาการบุกรุกที่พักสงฆ์วัดโคกปราสาท เพราะไม่เพียงมีการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเท่านั้น ยังมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างครอบทับลงไปบนตัวปราสาท จนทำให้แทบไม่หลงเหลือเค้าเดิม

 

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ชาวบ้านมีการร้องเรียน ได้มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากหลายภาคส่วนเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทุกหน่วยงานก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ที่พักสงฆ์มีความผิดปรากฏชัดเจน

 

แต่ก็ยังไม่ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัยการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐที่อาจมีเจตนาพิเศษบางอย่าง ทำให้การดำเนินการกับที่พักสงฆ์ล่าช้าออกไป และในทางกลับกัน ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียนกลับโดนแจ้งความ จากเอกสารข้อมูลความลับที่ส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐเสียเอง ซึ่งเรื่องนี้ทาง กมธ.ปปช. จะได้เร่งดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้เข้าไปชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้สมบัติของชาติได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews