“จตุพร-ทนายนกเขา” ยื่นนายกฯ ค้านสนธิสัญญาอินโด-แปซิฟิก

การเมือง ข่าว
“จตุพร-ทนายนกเขา” บุกกลาโหม ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ต้านลงนามสนธิสัญญาอินโด-แปซิฟิก ชี้เป็นการชักศึกเข้าบ้าน พาไทยเข้าสงคราม

 

 

ที่บริเวณสี่แยกสะพานช้างโรงสี หลังกระทรวงกลาโหม กลุ่มรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทยเดินทางแสดงจุดยืนในการ ต่อต้าน การลงนามในบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งมองว่า เป็นการพาไทยเข้าสงคราม

 

โดยเป็นการทำกิจกรรมก่อนที่ในเวลา 15:00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการให้การต้อนรับ นาย Lloyd J. Austin III (ลอยด์ เจ. ออสติน ที่สาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกลาโหม ที่ ศาลาว่าการกลาโหม

 

ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มทำการปราศรัยถึงวัตถุประสงค์ของการทำกิจกรรมและเหตุผลที่ออกมาเรียกร้อง พร้อมทั้งนำแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า Get Out USA , No Indo-Pacific , ประยุทธ์ ตอบหน่อยทำไมต้องเอาประเทศไทยเข้าไปร่วมปกป้องไต้หวัน มาวางบริเวณหน้ารั้วเหล็กกั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ สน.พระราชวัง และสน.ชนะสงคราม ร่วมกับดูแลความสงบเรียบร้อย

 

โดยช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายจตุพร ระบุว่า ก่อนลงนามในสนธิสัญญา รัฐบาลไม่มีการทำประชามิติ เพื่อถามคนไทยว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะไปเข้าร่วมในการก่อสงคราม ซึ่งสหรัฐได้ประกาศแล้วว่าไทยต้องเข้าร่วมในการปกป้องไต้หวันหากรบกับจีน พร้อมเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกบอกว่าข้าพเจ้าทำโดยพลการ และประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ ว่าใครเป็นคนขายชาติ ว่าใครชักศึกเข้าบ้าน

 

และวันนี้การต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ก็เป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ แต่ตนเองในฐานะคนไทย ไม่อาจยอมรับในการต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมคนนี้ได้ เพราะเป็นตัวซวย เข้าประเทศไหนก็ฉิบหายประเทศนั้นดังนั้นการเข้ามาประเทศไทย ถือเป็นการชักสึกเข้าประเทศ และถือเป็นหายนภัยและมองว่า วันนี้ หวังพึ่ง ส.ส.ในการทำหน้าที่ไม่ได้แทนที่ ส.ส.จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลับไม่มีใครพูดถึงและมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ใน ดังนั้น เมื่อหวังฝากอนาคตไว้กับใครไม่ได้ ก็ต้องฝากอนาคตไว้กับคนไทย

 

ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยควรเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ไม่ใช่ควรเป็นประเทศที่ก่อสงคราม และคนไทยไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมฆ่าฟันกับใครได้ เช่น หากสงครามเกิดขึ้นระหว่างจีนกับไต้หวัน หรือสงคราม หากเกิดขึ้นในประเทศพม่า ก็ไม่เกี่ยวกับประเทศไทย แต่ข้อตกลงของสหรัฐฯ ศัตรูของอเมริกาคือของไทย ศัตรูของไทยคือเมกา ทั้งนี้จึงเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ต้องยกเลิกสัญญา อินโด-แปซิฟิก และฝากไปถึงนายลอย รมว.กลาโหม สหรัฐฯ ว่าลอยมาทางไหน ให้ลอยกลับไปทางนั้น และสหรัฐต้องจริงใจกับไทย

 

พร้อมย้ำอีกว่าคนไทยไม่สามารถยอมรับรัฐมนตรีกลาโหมที่มาวันนี้ได้ แต่วันนี้จะไม่ต้องการเข้าไปทำลายบรรยากาศในการต้อนรับ และถือเป็นการนำความฉิบหายเข้ามา และยืนยันที่ทางกลุ่มจะเดินหน้าหยุดยั้งอเมริกา

 

จากนั้นเวลา 14:43 น. กลุ่มผู้ชุมนุม หยุดการปราศรัยชั่วคราว ตามที่ได้ตกลงกับกลาโหม ซึ่งเป็นช่วงที่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เดินทางเข้ากระทรวง

 

ก่อนที่ตัวแทนกลุ่มจะอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า กลุ่มรวมประชาชนไม่คัดค้านการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศไทย ให้การต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ เพราะถือเป็นการให้เกียรติมิตรประเทศ

 

ด้วยการต้อนรับอย่างสมเกียรติ เราหวังว่าการเจรจาจะเป็นไปด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม ไร้การกดขี่ ข่มขู่ กดดัน ต่อรอง ด้วยรูปแบบของความเหนือกว่า ทั้งทางทหาร ทางกองกำลังที่ไม่ใช่ทหารและอาวุธ ขีปนาวุธ พร้อมไซเบอร์ กลุ่มรวมประชาชน ได้เรียกร้องว่า ให้นำข้อมูลดังกล่าวนี้ใช้ประกอบการหารือ

 

คือ 1. ความกังวลใจในการปฏิบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ และประเทศสหรัฐฯ 2. กรณีที่ผู้นำของสหรัฐฉวยโอกาสนำชื่อประเทศไทยไปกล่าวอ้างในโอกาสต่างๆ โดยอาศัยบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นบันทึกข้อตกลงที่ไม่ยอมรับนั้น ถือเป็นการสร้างศัตรูให้กับประเทศไทย เป็นอุปสรรคอันสำคัญ ทั้งทำให้เกิดข้อสงสัย ความไม่วางใจ ต่อมิตรประเทศต่างๆ ของประเทศไทย

 

และ 3. สหรัฐอเมริกา เป็นมิตรกับประเทศไทยในลักษณะที่ใช้เราเป็นเครื่องมือ เป็นแหล่งกอบโกยทรัพยากร เป็นพื้นที่เพื่อขยายอิทธิพลในแถบเอเชีย เพื่อการติดตั้งขีปนาวุธและไซเบอร์

 

อันเป็นประโยชน์ฝ่ายเดียวของสหรัฐอเมริกา แต่ขอบอกอย่างหนักแน่นต่อสหรัฐอเมริกาว่า ประเทศไทยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตประชาชนไทยทั้งปวง และเราพร้อมต่อสู้ศัตรูเสมอเพื่อปกป้องประเทศไทย

 

โดยภายหลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้นนายจตุพร และทนายนิติธร ได้ยื่นหนังสือ ผ่านตัวแทนของกระทรวงกลาโหม จากนั้นจึงได้ยุติการทำกิจกรรม

 

นอกจากนี้นายนิติธร ยังบอกอีกว่า หลังจากนี้ ทางกลุ่มจะมีการเคลื่อนไหว ทวงคืนราคาพลังงานให้กับคนไทย ให้ได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และการดำเนินการของ ปตท.จะร้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยจะต้องหาทางอย่างเร่งด่วนในการให้ราคาพลังงานลดลงด้วย

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆ แบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews