1ปี สหรัฐฯ-จีนทำข้อตกลงการค้า-ไทยยังแข่งขันได้

เศรษฐกิจ ข่าว
สนค.เผย 1ปี สหรัฐฯ-จีนทำข้อตกลงการค้า สินค้าไทยยังแข่งขันได้ส่งออกเพิ่ม เตรียมรับมือหลังจีนต้องเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าการค้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่บังคับใช้ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า จีนนำเข้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.22 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 13.94 แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายการนำเข้าที่กำหนด โดยจีนสามารถนำเข้าสินค้าได้เพียงร้อยละ 57.70 ของเป้าหมายปีแรกเท่านั้น และเมื่อพิจารณาสินค้าที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เทียบกับการส่งออกของไทยไปจีนในสินค้ากลุ่มเดียวกัน พบว่า จีนยังนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.40 และสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ 538 รายการ มีสินค้าที่ไทยแข่งขันได้ดีเยี่ยม 88 รายการ ซึ่งจีนยังคงนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะนำเข้าจากโลกลดลง โดยการนำเข้าสินค้าที่ไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

แต่ในช่วงที่เหลือของปี 2564 ไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากการที่จีนต้องเร่งนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ในหลายกลุ่มสินค้า เนื่องจากในปีแรก จีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ได้เพียงร้อยละ 57.70 ของเป้าหมาย ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันในตลาดจีนที่อาจรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ ลดลงในปีที่ผ่านมา เช่น รถยนต์และยานยนต์สำหรับขนส่งบุคคล เครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ผลิตภัณฑ์จากไม้บางชนิด โทรศัพท์ มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจีนอาจต้องเร่งนำเข้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นเป็นพิเศษ

สำหรับแนวทางเชิงรุกในการขยายตลาดส่งออกไปจีน ในสินค้ากลุ่มที่ไทยสามารถแข่งขันได้ดีเยี่ยมและดี จะต้องส่งเสริมการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาหรือขยายส่วนแบ่งตลาดของไทย ส่วนสินค้าที่จีนนำเข้าจากไทยลดลง ต้องพิจารณาถึงปัญหา อุปสรรค และหาสาเหตุ โดยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น มุ่งเน้นจุดขายด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าไทย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ควบคู่กับการขยายการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอื่น ๆ และตลาดที่เติบโตสูง

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news