“ศุภชัย” โต้ iLaw แฉเคยรณรงค์ปั้น”สว.สีส้ม”ย้ำหากใส่ร้ายพร้อมฟ้อง

การเมือง ข่าว
“ศุภชัย” โต้ iLaw ปมคดี สว. จี้ตรวจสอบความเป็นกลาง แฉเคยรณรงค์ปั้น “สว.สีส้ม” ย้ำหากใส่ร้ายพร้อมฟ้อง ลั่น ไม่ใช่การปิดปาก แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย

 

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยข้อมูลและรายชื่อนักการเมือง 9 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเฉพาะบุคคล โดยยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าบุคคลใดกระทำผิดตามกฎหมาย

 

นายศุภชัย ระบุว่า นอกจากผู้ถูกกล่าวหาจะต้องได้รับความเป็นธรรมแล้ว iLaw เองก็ควรถูกตรวจสอบความเป็นกลางเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่สามารถรับเงินสนับสนุนได้ตามกฎหมาย แต่ควรยืนอยู่บนหลักความเป็นกลาง ไม่ใช่มีจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในช่วงการเลือก สว. ที่ผ่านมา iLaw และคณะก้าวหน้า ซึ่งมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน ได้ร่วมกันรณรงค์เชิญชวนประชาชนลงสมัคร สว. และเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศ จึงตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวแตกต่างจากพฤติกรรมที่ปัจจุบันนำมากล่าวหาผู้อื่นอย่างไร

นายศุภชัย ยังกล่าวหาว่า iLaw และกลุ่มคณะก้าวหน้าพยายามผลักดันให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “สว.สีส้ม” แต่เมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จึงออกมากล่าวหาว่าเกิด “สว.สีน้ำเงิน” พร้อมตั้งคำถามว่า กระบวนการรณรงค์ของกลุ่มดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกันหรือไม่

 

สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในกระบวนการของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรนำเวทีสาธารณะมาใช้กดดันหรือชี้นำผลการพิจารณา พร้อมยืนยันว่า หากยังมีการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย หรือบุคคลในพรรคด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเข้าข่ายหมิ่นประมาท พรรคจะใช้สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดี โดยย้ำว่า “ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก” แต่เป็นการปกป้องสิทธิของผู้ที่ได้รับความเสียหายตามกระบวนการกฎหมาย

นอกจากนี้ นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ซึ่งมีการพาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้าย พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการของสภาฯ ใช้อำนาจอย่างเหมาะสม และไม่ควรเปิดเวทีให้มีการร้องเรียนหรือกล่าวหาทางการเมืองโดยปราศจากหลักฐาน จนกลายเป็นเครื่องมือในการเล่นงานฝ่ายบริหาร เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของรัฐสภาและภารกิจของข้าราชการที่ต้องเข้าชี้แจงเป็นจำนวนมาก

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ของนายศุภชัย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้มายืนรับฟังอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสลับกันให้สัมภาษณ์ในบริเวณเดียวกัน และภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์ ทั้งสองได้จับมือทักทายกันตามปกติ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่