ดราม่าร้อน! คลังเล็งนำหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร

ทั่วไป ข่าว

 

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา หลังกระทรวงการคลังเล็งนำข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร หวังเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ ขณะที่ผู้กู้จำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้แก้ปัญหาระบบ กยศ. ควบคู่กันไป

 

 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงระหว่างการประชุมพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาแนวทางนำข้อมูลลูกหนี้เข้าสู่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโรเพื่อให้การติดตามหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า ปัจจุบันผู้กู้จำนวนไม่น้อยมักเลือกชำระหนี้บ้าน หนี้รถ หรือบัตรเครดิตก่อน ขณะที่หนี้ กยศ. กลับถูกปล่อยไว้เป็นลำดับสุดท้าย
ส่งผลให้เงินหมุนเวียนของกองทุนลดลง ทั้งที่เงินดังกล่าวเป็นแหล่งทุนสำคัญสำหรับนักเรียน และนักศึกษารุ่นต่อไป หากสามารถนำข้อมูลเข้าสู่เครดิตบูโรได้ ก็จะช่วยสร้างแรงจูงใจ ให้ลูกหนี้รักษาวินัยทางการเงินมากขึ้น และทำให้การชำระหนี้มีความเป็นธรรมกับผู้ที่จ่ายตรงเวลา

อย่างไรก็ตาม นายลวรณ ยอมรับว่า ขณะนี้ระบบของ กยศ. ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้กู้บางรายพบปัญหายอดหนี้แสดงไม่ตรงกับยอดชำระจริง สาเหตุเกิดจากการปรับวิธีคำนวณหนี้ ตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้องคำนวณข้อมูลย้อนหลังจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้กู้ประมาณ 18,000 ราย ที่ต้องตรวจสอบและคำนวณยอดหนี้เป็นรายกรณี

หลังประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทันทีโดยมีทั้ งผู้ที่เห็นด้วยกับการนำหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร เพราะมองว่าจะช่วยลดปัญหาการค้างชำระ และทำให้เงินกองทุนหมุนเวียนกลับมาช่วยเหลือนักศึกษารุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผู้กู้จำนวนไม่น้อยสะท้อนว่าไม่ได้ปฏิเสธการชำระหนี้ แต่ต้องการให้ กยศ. เร่งแก้ไขปัญหาระบบหลังบ้านก่อน เนื่องจากหลายคนพบว่ายอดหนี้ในแอปกับเว็บไซต์ไม่ตรงกัน บางรายชำระหนี้แล้วแต่ยอดยังไม่อัปเดต หรือยอดคงเหลือคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความสับสนและกังวล จึงมองว่าหากจะใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น ก็ควรทำให้ระบบมีความถูกต้องและตรวจสอบได้เสียก่อน

จากกรณีนี้ ทำให้ประเด็น “หนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร” กลายเป็นหัวข้อที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากจะเกี่ยวข้องกับวินัยการชำระหนี้แล้ว ยังส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนรุ่นต่อไป และความเชื่อมั่นของผู้กู้ที่ต้องการเห็นระบบบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว โจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่การเร่งติดตามหนี้ แต่คือการสร้างระบบที่ถูกต้อง โปร่งใส และทำให้ผู้กู้มั่นใจไปพร้อมกัน

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่