ความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่าย ที่ส่งยาเสพติดให้ นางสาวมีนา แอร์โฮสเตส ก่อนที่เธอจะถูกควบคุมตัวที่สนามบิน เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 900 กรัม ที่ซุกซ่อนมาในซับในกระเป๋าผ้าลายช้างไทย
หลังจากเจ้าหน้าที่ ติดตามจับกุมตัว นายอุทัย คนสวมใส่ฮู้ดสีน้ำเงิน นําเฮโรอีนมาส่งให้กับนางสาวมีนา โดยนายอุทัยให้การรับสารภาพว่า รู้ตั้งแต่ต้นว่าขนเฮโรอีน ทํามาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท
และเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลขบวนการดังกล่าว แกะรอยจนพบความเชื่อมโยงและเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของ นายนันทวัฒน์ ผู้ต้องหารายล่าสุด ที่หอพักแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายนันทวัฒน์ รับฝากเฮโรอีน จากนายอุทัย หลังจากทราบทราบว่านางสาวมีนา ถูกจับที่ออสเตรเลีย จึงสอบถามนายอุทัย นายอุทัยระบุว่าให้ทําลายหลักฐานทิ้ง นายนันทวัฒน์ จึงตัดสินใจใช้มีดกรีดทำลายกระเป๋าผ้าทั้งหมด แล้วนำผงเฮโรอีนด้านในไปเททิ้งลงชักโครกภายในห้องพักเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นได้นำเศษกระเป๋าผ้าและหูหิ้วแยกใส่ถุงดำขับรถตระเวนไปโยนทิ้งตามจุดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับการดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมุ่งเป้าการสืบสวนไปยังผู้บงการ นายทุน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เพียงผู้ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด และได้เน้นย้ำสั่งการให้หน่วยต่าง ๆ เร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เดินหน้า “กดดันทุกมิติ” ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส ยึดกฎหมายเป็นหลัก
ล่าสุดคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งมีแอร์โฮสเตสไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ได้ยกระดับคดีเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน ขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จากแนวทางการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ จึงเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าวของสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด ล่าสุด AFP ระบุว่า ปัจจุบันของกลางที่ตรวจยึดทั้งหมดอยู่ระหว่างการส่งตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันน้ำหนักสุทธิ และจัดทำรายงานผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า การสืบสวนคดีนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ทั้งการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทยและต่างประเทศ การติดตามเส้นทางการเงิน รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนตามพยานหลักฐาน โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีมติรับคดีเครือข่ายลักลอบส่งเฮโรอีนข้ามชาติเป็นคดีพิเศษที่ 99/2569 แล้ว
สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจ ทำการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 4 ราย คือ นายอาทิตย์ และภรรยาชาวลาว ทำหน้าที่เป็นคนรับยามาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วส่งพัสดุกระจายมายังจุดต่างๆ นายอุทัย ทำหน้าที่คล้ายไรเดอร์ ส่งพัสดุ ไปให้คนรับหิ้วของ และล่าสุด นายนันทวัฒน์ คนรับฝากยาเสพติดจากนายอุทัย โดยขณะนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews