คุมตัวหนุ่มฮู้ดน้ำเงิน คนส่งเฮโรอีนให้ มีนา แอร์โฮสเตสแล้ว

Hot Clips Video

 

ความคืบหน้า การติดตามตัวคนส่งยาเสพติดให้ มีนา แอร์โฮสเตส หลังจากตำรวจเชิญตัว ชายอายุ 59 ปี คนขับรถยนต์โตโยต้า มาสอบสวน โดยให้การยืนยันว่า คนที่นำกล่องพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตส คือ นายอุทัย ซึ่งตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ บันทึกภาพชายสวมฮู้ดสีน้ำเงิน เป็นคนยกกล่องพัสดุเข้าไปที่ คอนโด ย่านบางนา กทม. โดยศูนย์ยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล สนธิกำลัง ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลกและสามารถติดตามจับกุมได้ที่จังหวัดพิษณุโลก และคุมตัวมาสอบสวน
โดย วันนี้เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผบช.ประจำ, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พร้อมจนท. พฐ. เตรียมเข้าค้นและเก็บหลักฐานยาเสพติดแหล่งกบดานชายมือส่งยาเสพติด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ส่วนความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำตัว นายอาทิตย์ ชาวไทย และ นางสาวทัดสะพอน ภรรยา ชาวลาว จาก จังหวัดเลย มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ ป.ป.ส. นายอาทิตย์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองรับจ้างส่งพัสดุไปที่กรุงเทพฯ รวม 6 ครั้ง โดยส่งผ่านร้านส่งพัสดุ ที่บ้านธาตุ อำเภอเชียงคาน และที่อำเภอเชียงคาน 5 ครั้ง และ ส่งที่อำเภอเอราวัณ 1 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท โดยส่งครั้งสุดท้ายวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่วน นางสาวทัดสะพอน ภรรยาชาวลาว ยังให้การปฎิเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวไปฝากขังที่ศาล

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทราบว่า สำหรับเครือข่ายยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มนี้ มีขบวนการแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ผลิต เป็นสามีชาวลาว และ ภรรยาชาวไทย อาศัยอยู่ประเทศลาว นำยาเสพติดซุกซ่อนบรรจุในสินค้าโอทอปของไทย แล้วส่งข้ามแม่น้ำโขงข้ามมาประเทศไทย

 

ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ คือ นายอาทิตย์ และ นางสาวทัดสะพอน นำสินค้าส่งผ่านบริษัทฯ ขนส่ง มาวางไว้ที่คอนโดฯของ นางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสาว ให้ขนย้ายยาเสพติดขึ้นเครื่องนำไปประเทศออสเตรเลียส่วนผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “โรส โรส” ที่ว่าจ้างจัดหางาน ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว

 

ขณะที่ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ เตรียมเชิญตัวแทนจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาหารือ เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากขบวนการยาเสพติดกลุ่มนี้ยังมีเครือข่ายอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และ ไต้หวัน ซึ่งตามประกาศ ดีเอสไอ เรื่องกำหนดรายละเอียดและลักษณะของการกระทำความผิด ฉบับที่ 10 มาตรา 21 วรรค 1 โดยในข้อ 31 ระบุไว้ว่า 1.คดีต้องมีปริมาณยาสเพติดตั้งแต่ 500 กิโลกรัมขึ้นไป 2.มูลค่ายาเสพติดตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป 3.มูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมากกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป และ 4.เป็นคดีที่ ป.ป.ส. หรือ ปส. เห็นว่ามีความซับซ้อน และร้องขอให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งข้อสุดท้ายคาดว่าเข้ากฎหมายมากที่สุด

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่