4 องค์กรชาวไร่อ้อย บุก ก.อุตฯไม่ยอมรับร่างระเบียบใหม่

ทั่วไป ข่าว
4 องค์กรชาวไร่อ้อย บุก ก.อุตสาหกรรม ลั่น ไม่ยอมรับร่างระเบียบใหม่ ชี้ เปิดช่องฝ่ายราชการครอบงำองค์กรเกษตรกร เรียกร้อง “วราวุธ” ยุติการแทรกแซงทันที

 

บรรยากาศที่กระทรวงอุตสาหกรรม เครือข่าย 4 องค์กรชาวไร่อ้อยจากทั่วประเทศ นำโดย นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7, นายประมศ ไพรรากุล ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย, นายบุญลือ ดิปประสิทธิ์ ประธานสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย, นายมนตรี คำพล ประธานสภาพันธุ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และ นายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ ประธานสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน รวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อคัดค้านการแก้ไข ร่างระเบียบว่าด้วยการเสนอชื่อและถอดถอนผู้แทนชาวไร่อ้อยและผู้แทนโรงงานน้ำตาลทราย พร้อมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย โดยระบุว่าการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นการแทรกแซงสิทธิของผู้แทนชาวไร่อ้อยและขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 นอกจากนี้ ยังชูป้าย เรียกร้องให้ไล่ปลัดกระทรวงฯ ออกไป

โดยนายกำธร นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 ระบุว่า ต้นตอของความขัดแย้งครั้งนี้เกิดจากความพยายามของฝ่ายบริหารในการเข้าไปควบคุมกระบวนการสรรหาผู้แทนชาวไร่อ้อย ผ่านการผลักดันให้มีการแก้ไขระเบียบการเสนอชื่อและถอดถอนผู้แทน ซึ่งมองว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายราชการสามารถแทรกแซงการได้มาซึ่งผู้แทนของเกษตรกร ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้การคัดเลือกเป็นสิทธิขององค์กรชาวไร่อ้อยโดยตรง ซึ่งตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีการชะลอการแต่งตั้งคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายชุดใหม่ พร้อมทั้งมีความพยายามผลักดันระเบียบที่จะเปิดทางให้ฝ่ายราชการสามารถกำหนดหรือถอดถอนผู้แทนชาวไร่อ้อยได้ ซึ่งผู้แทนชาวไร่มองว่า เป็นการขัดต่อบทบัญญัติของ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย และเป็นการลิดรอนความเป็นอิสระขององค์กรชาวไร่

 

ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการบริหารการประชุม ทั้งการจัดที่นั่งที่ถูกมองว่า ไม่ให้เกียรติผู้แทนชาวไร่ การปล่อยให้การประชุมเว้นช่วงเป็นเวลานานหลายเดือน ก่อนเรียกประชุมครั้งละ 6-7 ชั่วโมง พร้อมวาระจำนวนมากจนผู้แทนชาวไร่ไม่สามารถพิจารณารายละเอียดได้อย่างรอบด้าน

 

“ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมผู้นี้ ยังดูถูกเหยีดหยามศักดิ์ศรีของผู้แทนชาวไร่อ้อยซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า โดยมองว่าผู้แทนชาวไร่อ้อย ด้อยกว่าผู้แทนโรงงาน ทั้งการที่นั่งผังการประชุม การจัดที่นั่งในงานสัมมนาต่างๆ จะให้ชาวไร่ออ้อยนั่งต่อจากโรงงานเสมอ และยังตอกย้ำการไม่ให้ความเชื่อถือชาวไร่อ้อย ด้วยการตั้งเงื่อนไขการเงินช่วยเหลือว่า ชาวไร่อ้อยต้องจัดทำเอกสารยืนยันพื้นที่ปลูกอ้อยทุกแปลงว่าไม่มีการเผาอ้อยหลังตัด โดยให้โรงงานเป็นผู้ลงนานรับรองในเอกสารมาก่อนด้วยอีก” นายกำธร กล่าว

นอกจากนี้ เรื่องเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยสดตันละ 120 บาท เดิมมีแนวทางจ่ายตรงให้เกษตรกรเต็มจำนวน แต่ภายหลังมีข้อเสนอให้แบ่งการจ่ายเป็น 69 บาท และ 51 บาท ซึ่งชาวไร่มองว่าจะสร้างความยุ่งยากและทำให้ความช่วยเหลือไม่ถึงมือเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขณะเดียวกัน แกนนำทั้ง 4 องค์กรประกาศจุดยืนร่วมกันว่า จะคัดค้านร่างระเบียบดังกล่าวจนถึงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยุติความพยายามแทรกแซงกระบวนการสรรหาผู้แทนชาวไร่อ้อย และยืนยันให้การบริหารคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิและความเป็นอิสระขององค์กรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ

 

ด้านนายวราวุธ พร้อมด้วยนายนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทน 4 องค์กรชาวไร่อ้อย และกล่าวว่า วันนี้เขาไม่ให้เข้าไปข้างในกระทรวงอุตสาหกรรม ตนก็ต้องออกมาพบพี่น้องด้วยตัวเอง เราต้องได้เจอกันก่อน เพราะเข้าใจดีว่าถ้าไม่เดือดร้อนคงไม่ยอมอดนอนมาอยู่ริมถนน พร้อมขออภัยผู้ใช้เส้นทางพระรามหก ที่อาจมีการจราจรติดขัด พร้อมขอบคุณชาวไร่อ้อยที่ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการไม่เผาอ้อยสดจนเหลือเพียง 3.8% ทำให้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเงินค้างจ่ายปี 67/68 จำนวน 477 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้เร่งนำเข้าครม. และเมื่อถึงวาระที่ต้องหาคือกันในครม. อ่านไม่ทันจะจบนายกรัฐมนตรีก็อนุมัติให้ทันที

 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงมอบหมายให้ตนมารับหนังสือที่กระทรวงอุตสาหกรรม พี่น้องไม่ต้องเดินทางไปถึงทำเนียบรัฐบาล โดยวันนี้ทุกเรื่องที่พี่น้องมีความกังวลใจ ตนจะรับและนำไปดำเนินการต่อให้ทุกๆ เรื่อง พร้อมย้ำด้วยว่า ตนไม่เข้าข้างใคร ทั้งพี่น้องชาวไร่อ้อย หรือปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกๆ คน แต่ความเดือดร้อนเรื่องราคาอ้อย 120 บาทต่อตัน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะตามหาเงินมาช่วยพี่น้องชาวไร่อ้อย เพราะในปีผลิต 67/68 พี่น้องร่วมมือลดการเผาอ้อยสดได้จนเหลือแค่ 3.8% ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเกษตรกร และข้อเรียกร้องวันนี้ถึงมือนายกรัฐมนตรีแน่นอน ขอให้เชื่อว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน และมั่นใจในทีมงานของกระทรวงว่าไม่ทิ้งพี่น้องชาวไร่อ้อยอย่างแน่นอน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา