คนไทยในเขมร ร้อง กมธ.ต่างประเทศ ช่วยเหลือค้ามนุษย์

ข่าว
กมธ.การต่างประเทศ รับหนังสือขอความช่วยเหลือคนไทยกว่า 80 รายในกัมพูชา เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามช่วยเหลือ พร้อมคัดกรองผู้เสียหายเป็นเหยื่อหรือไม่จากขบวนการค้ามนุษย์และสแกมเมอร์ข้ามชาติ

 

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่ 1 พร้อมคณะกรรมาธิการ รับหนังสือจากตัวแทนมูลนิธิเอ็มมานูเอลและครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีคนไทยกว่า 80 ราย ที่เดินทางไปทำงานในประเทศกัมพูชา โดยบางส่วนถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์และเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ อีกทั้งผลักดันการพิสูจน์ทราบว่าเป็นเหยื่อหรือไม่เป็นเหยื่อ คัดกรอกคนไทยที่ไปแล้วกลับมาด้วย

 

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อมูลและความเดือดร้อนจากครอบครัวผู้สูญหาย ซึ่งได้ติดตามค้นหาญาติและแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และดำเนินกระบวนการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (National Referral Mechanism: NRM) อย่างรอบคอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าแต่ละรายเป็นผู้เสียหายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรม ก่อนดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้รับเรื่องไว้พิจารณา และจะประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามข้อเท็จจริง หาแนวทางช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมคุ้มครองสิทธิของผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

 

คณะกรรมาธิการฯ ยังแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ผิดกฎหมายที่ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งมีการหลอกลวงประชาชนด้วยข้อเสนอการทำงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง ก่อนยึดเอกสาร จำกัดเสรีภาพ หรือบังคับให้ทำงานในเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

 

คณะกรรมาธิการฯ ยังแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ผิดกฎหมายที่ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งมีการหลอกลวงประชาชนด้วยข้อเสนอการทำงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง ก่อนยึดเอกสาร จำกัดเสรีภาพ หรือบังคับให้ทำงานในเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ผู้เสียหายทั่วโลก แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของคนไทยจำนวนมาก หลายกรณีเข้าข่ายการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่นานาชาติให้ความสำคัญ

 

จึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ติดตามช่วยเหลือผู้เสียหาย และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนระมัดระวังการรับสมัครงานในต่างประเทศที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อของขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ

 

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศจะติดตามปัญหาคนไทยในต่างแดนอย่างใกล้ชิด และพร้อมเป็นสื่อกลางในการประสานความช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา