“ศุภชัย โพธิ์สุ” หรือ “ครูแก้ว” หรือ “อดีตสหายแสง” อดีต ส.ส.นครพนม หลายสมัย และเป็นอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏร คือนักการเมืองรายล่าสุด ที่ถูกศาลฎีกา มีคำพิพากษาประหารชีวิตทางการเมือง ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี จากกรณีถือครองที่ดินของรัฐ จำนวน 220 ไร่ ป่าดงพะทาย จ.นครพนม โดยคดีนี้ ปปช.ชี้มูลความผิด เมื่อ ปี 2567 ฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก่อนศาลตัดสิน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ ผ่านมา ว่าการครอบครองที่ดินดังกล่าว เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่รักษาไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถือเป็นโทษทางการเมือง ที่รุนแรงที่สุด
ประเด็นมาตรฐานจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถือเป็นจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และอาจเป็นข้อดีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่สามารถเอาผิดนักการเมือง ที่กระทำความผิดได้ โดย รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เป็นผู้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นมาบังคับใช้ แก่ สส.,สว.และ คณะรัฐมนตรี โดยมี 2 ทางเอาผิด คือยื่น ปปช.ส่งศาลฏีกาตัดสิน และ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาด โดยก่อนหน้านี้ มีนักการเมืองหลายคน ถูกประหารชีวิต จากข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมนี้ **
“ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ คือคนแรก ที่ ถูกศาลฎีกาพิพากษา ให้พ้น สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากคดีรุกป่าสงวน ในจังหวัดราชบุรี เมื่อเดือนเมษายน 2565
ต่อมา คือ 3 สส.พรรคภูมิใจไทย “ฉลอง เทอดวีระพงศ์, ภูมิศิษฏ์ คงมี และ นาที รัชกิจประการ” ภรรยาของ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม ข้อหาเสียบบัตรแทนกันตามความผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พิพากษาให้จำคุก 3 อดีต สส.โดยไม่รอลงอาญา เมื่อ 18 พฤษภาคม 2566 และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งทางการเมืองตลอดไป เช่นเดียวกับ “ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์” อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลฎีกาสั่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี รวมถึงเพิกถอนสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป จากการเสียบบัตรแทนกันด้วยอีกราย
คนต่อมา “ช่อ-พรรณิการ์ วาณิช” อดีต สส. และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลฏีกาตัดสิน ว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้าย กรณีแรงโพสต์ภาพถ่ายและข้อความในลักษณะเป็นการกระทำอันมิบังควรต่อสถาบัน ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆด้วย
รายต่อมา “กนกวรรณ วิลาวัลย์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกศาลฎีกาพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต และถูกตัดสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง 10 ปี เพราะ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีรุกที่ ครอบครองที่ดิน โดยขอออกโฉนดที่ดินพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
นอกจากนี้ มี 3 ราย ถูกตัดสิน โดยศาลรัฐธรรมนูญ คือ “เศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากกรณีทูลเกล้าฯ แต่งตั้ง”พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รวมถึง”แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน เพราะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา และเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คำนึงถึงผลประโยชน์คะแนนนิยมส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมถึง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” กรณีซุกหุ้น ก็ถูกตัดสินฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ต้อนพ้นจากตำแหน่งด้วย
ทั้งนี้ ยังมีคดี มาตรฐานจริยธรรม ที่สำคัญ คือ 44 อดีต สส.ก้าวไกล ซึ่ง ปปช.ชี้มูลความผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ ม.112 ซึ่งปัจจุบันศาลฏีกาฯ รับฟ้องแล้ว และอยู่ในกระบวนการไต่สวน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews