Pride Month ฝนฉ่ำ กระหึ่ม กทม. ผู้สมัครผู้ว่าฯ แห่ร่วมเกาะกระแส

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และทรงพลังท่ามกลางสายฝนฉ่ำเย็น สำหรับเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ Pride Month ประจำปี 2569 บนถนนสีลม ย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร

 

 

แต่ความพิเศษของปีนี้ คือความพราวเสน่ห์ของสีรุ้งได้โคจรมาบรรจบกับห้วงเวลาแห่งการนับถอยหลังสู่ศึกลำดับสำคัญ นั่นคือการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. พอดี ทำให้บรรยากาศงานบางกอกไพร์ดในปีนี้ คับคั่งและครึกครื้นไปด้วยทัพนักการเมือง ขุนพลพรรคการเมืองใหญ่ และผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในนามอิสระและสังกัดพรรค ที่พร้อมใจกันลงพื้นที่ร่วมเดินขบวน แสดงจุดยืนนโยบายโอบกอดความหลากหลาย และเกาะกระแสชิงพื้นที่ความสนใจเพื่อโกยคะแนนเสียงจากคนกรุงกันอย่างคึกคัก

งานนี้แม้อากาศจะไม่เป็นใจ มีฝนเทกระหน่ำลงมาก่อนเริ่มงานหนักถึง 90 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในเขตปทุมวัน แต่ กทม. ก็โชว์ศักยภาพระบายน้ำได้ทันท่วงทีภายใน 1 ชั่วโมง ทำเอาแชมป์เก่าเบอร์ 9 อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยอมรับว่า แอบลุ้นและตื่นเต้นอยู่ด้วย โดยช้างใหญ่ชูนโยบายผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030, การตั้งไพร์ดคลินิก และขยายบริการสาธารณสุขเพื่อคนทำงานกลางคืน ย้ำว่า เสน่ห์ของกรุงเทพฯ คือความยอมรับและไม่บูลลี่กัน ส่วนเรื่องผลโพลที่ระบุคนกรุงเทใจให้อิสระ เจ้าตัวบอกสั้น ๆ ว่า อิสระมีหลายคน ขอให้ประชาชนเลือกคนที่ไว้ใจ

ซีนไฮไลต์เด็ดของงานอยู่ตรงนี้ เมื่อขบวนของ “ชัชชาติ” เดินมาเจอกับ “อนุชา บูรพชัยศรี” ผู้สมัครเบอร์ 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ งานนี้แทนที่จะชนหมัดกันเฉย ๆ “อนุชา” กลับชวนแชมป์เก่าทำมือรูปหัวใจแชะภาพคู่กันสุดชื่นมื่น โดยค่ายสีฟ้าเสนอตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัย ดันนโยบายขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในสถานศึกษาและสถานพยาบาล พร้อมสบช่องสำรวจปัญหาน้ำท่วมสีลม ดันเมกะโปรเจกต์ “อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ” ให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อกระจายการระบายน้ำใต้ดินทันที

ขยับมาที่ผู้สมัครเบอร์ 10 จากพรรคประชาชน “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ขนทัพ สส. และแกนนำพรรคอย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” และ “ช่อ พรรณิการ์ วานิช” มาร่วมฉลองหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านฉลุย ดร.โจ สะท้อนมุมมองว่า ผู้มีความหลากหลายไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แค่อยากอยู่ปลอดภัยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ พรรคประชาชนจึงขอชูนโยบาย “ใช้ชีวิตง่าย” นำระบบเทคโนโลยีกล้อง CCTV พ่วง AI มาจับความเสี่ยงอาชญากรรมในจุดอับของเมืองเพื่อยับยั้งเหตุก่อนเกิดความรุนแรง ขณะที่ “ณัฐพงษ์” จี้แก้กฎหมายลูกอีกกว่า 50 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.อุ้มบุญ

ขณะที่ผู้สมัครอิสระตัวแม่ “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” หมายเลข 14 ชูยุทธศาสตร์ “เมืองที่ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี” งัดนโยบายล้ำสมัยใส่ AI ครอบระบบ CCTV 24 ชั่วโมง มีปุ่ม Panic Button แจ้งเหตุคุกคามทางเพศเชื่อมตรงตำรวจ-กทม. ดันนโยบาย “Diversity Economy” หนุนกองทุน SME สำหรับ LGBTQ+ และโปรโมตเศรษฐกิจกลางคืน หรือ Night Economy เพื่อยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองเสรีและปลอดภัยที่สุดในเอเชีย

ฟากฝั่งพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง “พรรคเพื่อไทย” แม้จะไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ โดยตรง แต่ก็ส่งแกนนำบิ๊กเนมอย่าง “อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. แท็กทีมร่วมกับ “นิกร โสมกลาง” รมว.พม. นำขบวนพาเหรดภายใต้แนวคิดสากล “Peace, People, Pride” มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ความพิเศษคือมีน้อง ๆ กลุ่มออทิสติกร่วมขบวนด้วย เพื่อประกาศความเท่าเทียมในทุกมิติ

บรรยากาศวันพราวเดย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ท่ามกลางฝนฉ่ำ จึงสะท้อนชัดเจนว่า พลังเสียงของชาว LGBTQIAN+ ในเมืองหลวง มีมูลค่าและอิทธิพลมหาศาลเกินกว่าที่นักการเมืองค่ายไหนจะมองข้ามได้ และไม่ว่าผลการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะออกหัวหรือออกก้อย แต่กรุงเทพมหานครได้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังเวทีโลกว่า นี่คือเมืองหลวงแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมที่พร้อมโอบกอดคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่