เปิดร่างแก้ รธน.ภูมิใจไทย ตั้งสสร.100คน ไม่แตะหมวด1-2

การเมือง ข่าว

 

เปิดร่างแก้ไขแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับภูมิใจไทย เสนอตั้ง สสร. 100 คน ลุยร่างฉบับใหม่ ย้ำ จุดยืนห้ามแตะหมวด 1 และ 2

 

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ที่พรรคภูมิใจไทย ยื่นต่อประธานรัฐสภา โดยเอกสารร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีความยาวทั้งสิ้น 36 หน้า และมีรายชื่อ สส. ผู้เสนอและรับรองญัตติรวมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน นำโดยแกนนำพรรค เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายไชยชนก ชิดชอบ, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายศุภชัย ใจสมุทร และนายนิกร จำนง ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การเสนอแก้ไขมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดมมีที่มาและเหตุผลของการเสนอแก้ไข คือ การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลประชามติชี้ชัดว่า ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเสียงข้างมาก จำนวน 21,621,638 คน เห็นชอบว่าสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” หรือ สสร. จำนวน 100 คน ประกอบด้วย

1.สมาชิกที่มาจากผู้สมัครรับเลือกในแต่ละจังหวัด โดยรัฐสภาจะเป็นผู้เลือกให้ได้จังหวัดละ 1 คน

2.สมาชิกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ จำนวน 23 คน ซึ่งรัฐสภาจะเป็นผู้เลือก

3.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจะประกอบไปด้วย สาขากฎหมายมหาชน จำนวน 7 คน สาขารัฐศาสตร์หรือ

4.รัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน 8 คน และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 8 คน

สำหรับกรอบเวลาและข้อห้ามเด็ดขาด โดย สสร. จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 360 วัน นับแต่วันที่มีการเปิดประชุม สสร. ครั้งแรก ทั้งนี้ ข้อห้ามสำคัญ : ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้อง ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ห้ามมิให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อย่างเด็ดขาด

หากรัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นอันตกไป

ขณะขั้นตอนการพิจารณาและประชามติ เมื่อ สสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ต้องนำเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน เงื่อนไขการผ่านความเห็นชอบ ต้องได้คะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมี สส. จากพรรคการเมืองที่ไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ (พรรคฝ่ายค้าน) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 และมี สว. เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

ส่วนการทำประชามติ หากรัฐสภาให้ความเห็นชอบ จะต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชน

ขณะเดียวกัน การประกาศใช้ หากผลประชามติ “เห็นชอบ” ประธานรัฐสภาจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ต่อไป

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่