หอศิลป์ เตรียมเปิดพื้นที่ “วรรณกรรมทัพพี”

ข่าว

 

เปิด “วรรณกรรมทัพพี” ปลุกหอศิลป์เป็นเวทีนักอ่าน-นักเขียน ชู “วรรณกรรมแรงงาน” ประเดิมวงสนทนา สะท้อนชีวิตคนทำงาน ย้ำ “วรรณกรรมไม่ใช่วรรณเกร็ง” แต่คือพลังต้นน้ำเปลี่ยนสังคม

 

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)เตรียมเปิดพื้นที่ใหม่ “วรรณกรรมทัพพี” ดึงนักอ่าน นักเขียน ศิลปิน และคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างบทสนทนาทางสังคมผ่านวรรณกรรม ประเดิมกิจกรรมแรก “วรรณกรรมแรงงาน” สะท้อนชีวิตคนทำงานและแรงงานยุคใหม่ “ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที” ชี้ วรรณกรรมคือ “ต้นน้ำ” ของความคิดและศิลปะแขนงอื่น พร้อมประกาศสร้างเวทีถาวรให้วรรณกรรมกลับมาเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้คนอีกครั้ง

 

นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวพื้นที่วรรณกรรมของหอศิลป์ ภายใต้โครงการ “วรรณกรรมทัพพี” พร้อมกิจกรรมแรก “วรรณกรรมแรงงาน” โดยระบุว่า หอศิลป์ต้องการเปิดพื้นที่ให้วรรณกรรมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในสังคม และเชื่อมโยงกับศิลปะแขนงอื่นอย่างภาพยนตร์ ดนตรี ละคร และศิลปะร่วมสมัย

 


นายฉัตรวิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาวรรณกรรมอาจถูกมองเป็นเพียงเรื่องของการอ่านหรือทัศนคติ แต่แท้จริงแล้วเป็นรากฐานสำคัญของศิลปะหลายแขนง จึงอยากเปิด “เวที” ให้คนในวงการวรรณกรรม ทั้งนักอ่าน นักเขียน และผู้สนใจ ได้เข้ามาร่วมเสนอไอเดีย พูดคุย แลกเปลี่ยน และสร้างกิจกรรมร่วมกัน“หอศิลป์มีคนเข้ามาปีละกว่า 1.8 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มวัย 15-25 ปี เราคิดว่าวรรณกรรมควรมีพื้นที่ที่ทำให้คนรู้สึกตื่นเต้น สนุก และเข้าถึงได้ คนในวงการเองก็อาจไม่รู้ว่าตอนนี้ใครกำลังเขียนอะไร คิดอะไร หรือมีประเด็นอะไรน่าสนใจ เวทีนี้จึงอยากเป็นพื้นที่ส่องไฟไปยังเรื่องเหล่านั้น” นายฉัตรวิชัย กล่าว

 

สำหรับชื่อ “วรรณกรรมทัพพี” นายฉัตรวิชัย อธิบายว่า มาจากแนวคิดเรื่องการ “ตัก” เรื่องราว ประเด็น และความเคลื่อนไหวในสังคมขึ้นมานำเสนอ เปรียบเหมือนการใช้ช้อนหรือทัพพีตักสิ่งสำคัญขึ้นมาให้ผู้คนรับรู้ พร้อมเล่นความหมายกับคำว่า “ยกยอ” ที่หมายถึงการฉายแสงหรือยกประเด็นสำคัญขึ้นมาพูดถึง พร้อมย้ำว่า วรรณกรรมไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องเคร่งเครียดหรือไกลตัว แต่ควรเป็นพื้นที่สนุก เปิดวงสนทนา แลกเปลี่ยนความคิด เหมือนการนั่งล้อมวงคุยกัน “วรรณกรรมไม่ใช่วรรณเกร็ง หรือวรรณกรน มันสนุกได้ คนอ่าน คนเขียน คนดูหนัง ฟังเพลง หรือคนรุ่นใหม่ สามารถเข้ามาแชร์กันได้ เราอยากให้คนรู้ว่าวรรณกรรมคือ ‘ต้นน้ำ’ ของหลายเรื่อง ทั้งละคร หนัง เพลง หรือบทสนทนาในสังคม” นายฉัตรวิชัย กล่าว

สำหรับกิจกรรมที่จะเปิดตัวครั้งแรกในหัวข้อ “วรรณกรรมแรงงาน”นั้นก็เพื่อต้องการสะท้อนเรื่องราวของแรงงานในมิติสังคมและวัฒนธรรม เพราะแรงงานเป็นพลังสำคัญของสังคม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย ตั้งแต่แรงงานดั้งเดิมไปจนถึงแรงงานยุคใหม่ เช่น ไรเดอร์ แรงงานแพลตฟอร์ม และคนทำงานรูปแบบต่าง ๆ ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดผ่านงานเขียนและวรรณกรรม เพื่อสะท้อนชีวิต ความคิด และความเปลี่ยนแปลงของผู้คนได้ ศิลปะและวรรณกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อถกเถียงอย่างเดียว แต่มันสะท้อนสังคมได้ สะท้อนชีวิตคนทำงาน และสร้างบทสนทนาที่ทำให้ผู้คนเข้าใจกันมากขึ้น

นายฉัตรวิชัย ยังกล่าวว่า หอศิลป์ต้องการเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนักอ่าน นักเขียน ศิลปิน และกลุ่มวรรณกรรมจากหลายพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งคนกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายในโครงการจะมีทั้งกิจกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ การพบปะพูดคุย เวิร์กช็อป และเวทีสนทนา เพื่อสร้างชุมชนของคนอ่านและคนเขียนให้แข็งแรงขึ้น มองว่าศิลปะจะเป็นวัฒนธรรมไม่ได้ ถ้าไม่มีคนรับรู้ เราไม่ได้อยากแค่ขุดประเด็นขึ้นมา แต่ต้องฉายแสงให้คนเห็น เวทีนี้จะเป็นพื้นที่โฟกัสเรื่องสำคัญในวงการวรรณกรรม และทำให้มันแพร่หลายออกไป

ทั้งนี้ โครงการ “วรรณกรรมทัพพี” ถูกวางให้เป็นพื้นที่นัดพบของนักอ่าน นักเขียน และคนทำงานสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “เวทีส้มตำ ยำใหญ่” ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาผสมโรง แลกบท แลกความคิด ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการวรรณกรรม และสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ร่วมกันในสังคมไทย โดยหวังให้วรรณกรรมกลับมาเป็น “ต้นน้ำ” ทางความคิดของสังคมอีกครั้ง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่