“ศิริกัญญา” ซัด พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน เสี่ยงเป็นเช็คเปล่า ชี้ควรแยกก้อนฟื้นเศรษฐกิจเข้าสภาฯ เตือนดันเพดานหนี้ปี 70 พุ่ง
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความกังวลต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยชี้ว่า อาจกระทบวินัยการคลังในระยะยาวและเสี่ยงกลายเป็น “การเซ็นเช็คเปล่า” ให้ฝ่ายบริหารใช้เงินโดยขาดรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งวงเงิน 400,000 ล้านบาท ยังมีคำถามสำคัญว่า จะส่งผลให้ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะหรือไม่ แม้ในปีงบประมาณ 2569 อาจยังไม่ถึงจุดต้องขยายแต่เมื่อเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570 มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องขยายเพดานหนี้ ซึ่งจะกลายเป็นภาระในกระบวนการจัดทำงบประมาณปีถัดไป
นางสาวศิริกัญญา เห็นว่า รัฐบาลควรทบทวนความจำเป็นของวงเงินดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 200,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาประชาชนจากวิกฤตพลังงาน และอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในส่วนของเงินเยียวยา 200,000 ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นและเข้าข่าย “เร่งด่วน” ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ แต่ในอีก 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ไม่ควรถูกบรรจุอยู่ใน พ.ร.ก. เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ความจำเป็นเร่งด่วน
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินที่ต้องข้ามขั้นตอนสภาฯ รัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้เกิดการพิจารณา ตรวจสอบ และถกเถียงอย่างรอบด้าน พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า การออก พ.ร.ก. ในลักษณะนี้เป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งควรจำกัดเฉพาะสถานการณ์วิกฤตรุนแรงเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นแนวทางปกติ

พร้อมกันนี้ ยังวิจารณ์แนวคิดของรัฐบาลที่อาจนำโครงการ “คนละครึ่ง” มาใช้ในการเยียวยาประชาชน โดยเห็นว่า ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤตค่าครองชีพ เนื่องจากเป็นมาตรการที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัด และถูกออกแบบมาเพื่อ “กระตุ้นเศรษฐกิจ”มากกว่าการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนโดยตรง โดยในภาวะที่ประชาชนเผชิญปัญหาราคาพลังงานสูงและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในทุกมิติ รัฐบาลควรใช้มาตรการที่ตรงจุดมากกว่า เช่น การให้เงินสดโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อให้เข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง
อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลจะประกาศว่าต้องการช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” ไปยังกลุ่มเปราะบาง แต่แนวทางการเปิดลงทะเบียนแบบมาก่อนได้ก่อน อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และทำให้กลุ่มที่เดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ไม่ได้รับการดูแล ทั้งเกษตรกรที่เผชิญต้นทุนสูง และชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่กลับไม่ได้อยู่ในมาตรการอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังเตือนว่า การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เงินเฟ้อสูง อาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาสินค้า ส่งผลให้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้นไปอีก ส่วนในภาพรวมนางสาวศิริกัญญา ย้ำว่า แม้เห็นด้วยกับหลักการที่ต้องมีทั้งมาตรการเยียวยาระยะสั้น และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย โดยเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.เฉพาะส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน และแยกส่วนที่เหลือออกมาเป็นร่าง พ.ร.บ. เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาอย่างโปร่งใส พร้อมระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ล่าช้าเกินไป และยังช่วยให้รัฐบาลมีเวลาจัดทำรายละเอียดโครงการได้รอบคอบมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา พ.ร.ก.กู้เงินมักมีรายละเอียดน้อย เปิดช่องให้ใช้งบประมาณได้กว้างเกินไป ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำอีก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news