ภาคประชาชน จี้ยุติทางด่วน 2 ชั้น ทำรัฐสูญรายได้ 1.7 แสนล้าน

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

สถานการณ์การคัดค้านโครงการก่อสร้างทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9 มีความเข้มข้นขึ้น เมื่อกลุ่มภาคประชาชน ชุมชน และฝ่ายการเมือง ได้เคลื่อนไหวจี้ให้รัฐบาลยุติโครงการนี้ และเห็นตรงกันว่าการก่อสร้างดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งยังทำให้รัฐเสียผลประโยชน์มูลค่ารวมกว่า 170,000 ล้านบาท จากเงื่อนไขการขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัชออกไปอีก 22 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดปี 2578 ขยายไปถึงปี 2601 แลกกับการให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทางด่วน 2 ชั้น เตรียมเข้าพบนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พิจารณายุติโครงการ

 

 

นายวิเชียร แสงพลอย อายุ 81 ปี ชาวชุมชนเคหะสถานเจริญชัย เขตจตุจักร เปิดเผยว่า บ้านพักของตนตั้งอยู่ติดกับทางรถไฟสายเหนือ ทำให้ต้องเผชิญผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโฮปเวลล์ในอดีตที่สร้างความเสียหายต่อรัฐและประชาชนอย่างมาก ต่อมาชุมชนยังได้รับผลกระทบจากโครงการทางด่วนศรีรัช ซึ่งมีการเวนคืนที่ดิน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องย้ายบ้านเข้ามาอยู่รวมกันจนกลายเป็นชุมชนแออัด พร้อมเผชิญปัญหาเสียงดังและฝุ่นละอองมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันชุมชนยังต้องเจอกับแผนโครงการทางด่วน 2 ชั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจต้องย้ายที่อยู่อาศัยอีกครั้ง และหากโครงการดังกล่าวเดินหน้า อาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างทางด่วนซ้อนหลายชั้นแบบนี้อีกหลายโครงการ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบต่อชุมชนมากยิ่งขึ้น

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากที่กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านถึงความผิดปกติของโครงการทางด่วน 2 ชั้น อาทิ การเอื้อประโยชน์แก่เอกชนผู้รับสัมปทาน ซึ่งอาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้นับแสนล้านบาท รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน จึงมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษา โดยได้ตรวจสอบรายงาน EIA กว่า 3,000 หน้าอย่างละเอียด และพบประเด็นน่าสงสัยหลายจุด อาทิ การออกแบบโครงสร้างเสาตอม่อรองรับทางด่วนชั้นที่ 2 ซึ่งมีข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัย
อีกทั้งเห็นว่าการเพิ่มพื้นที่ถนนเพื่อรองรับรถยนต์ไม่สอดคล้องกับแนวโน้มทางพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ที่หลายประเทศหันไปพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อขนคนแทนการเพิ่มถนน เนื่องจากสุดท้ายรถยนต์จะยังคงลงมาติดขัดอยู่บนถนนด้านล่าง

นอกจากนี้จากการลงพื้นที่พบว่าชุมชนจะต้องเผชิญมลพิษทางเสียงและฝุ่นละอองอย่างรุนแรง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากมีการก่อสร้างทางด่วนซ้อนอีกชั้น พร้อมระบุว่า กมธ.ยินดีรับข้อมูลจากประชาชนเพื่อนำไปผลักดันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เครือข่ายผู้บริโภคได้คัดค้านการต่อสัมปทานทางด่วนศรีรัช มาตั้งแต่ก่อนปี 2563 โดยเห็นว่าหากไม่มีการต่อสัญญา ทางด่วนทั้งหมดจะกลับมาเป็นของรัฐและประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐกลับตัดสินใจยอมเสีย “ค่าโง่” ให้เอกชนและขยายสัมปทานทางด่วนดังกล่าวออกไปจนถึงปี2578

“โครงการทางด่วนสองชั้นกำลังถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขยายอายุสัมปทานทางด่วนศรีรัชออกไปอีกครั้ง แบบข้ามศตวรรษออกไปถึงปี 2601 หรืออีกกว่า 22 ปี 5 เดือน โดยจะทำให้รัฐต้องแบ่งรายได้ให้เอกชนปีละประมาณ 7,500 ล้านบาท รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 170,000ล้านบาท”

ทั้งนี้ หาก กทพ. ส่งมอบพื้นที่ตลอดเส้นทางก่อสร้าง 17 กิโลเมตร ล่าช้ากว่า 6 เดือนตามสัญญา เอกชนมีสิทธิเรียกค่าเสียหายให้ขยายอายุสัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้นไปอีก แสดงเจตนาชัดเจนว่าเอกชนต้องการครอบครองสัมปทานไปให้นานที่สุด

ขณะที่ ตัวแทนจาก สร.กทพ. ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตาม 5 ข้อเสนอ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนดังนี้
1.ชะลอโครงการทันที
2.เปิดเผยข้อมูลทุกด้านอย่างโปร่งใส
3.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างมีความหมาย
4.จัดทำ EIA ขึ้นใหม่ที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม
5.พิจารณาทางเลือกการแก้ปัญหาจราจรที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่