แฉแก๊งยาข้ามชาติหว่านแหจ้างหิ้ว 3 ประเทศ

อาชญากรรม ข่าว

 

แฉเส้นทางขบวนการยาเสพติดข้ามชาติหว่านแหจ้างคนหิ้ว ส่งไปปลายทาง 3 ประเทศเป้าหมาย พบตัวการใหญ่ เป็นลูกครึ่งเอเชียยุโรป เคลื่อนไหวประเทศเพื่อนบ้าน ใช้วิธีการแยบยลในการบรรจุยา มีรูปแบบเฉพาะตัว หลังหาเหยื่อได้ปิดเพจหนี

 

 

มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ เผยถึงพฤติกรรมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยขบวนการเหล่านี้ จะเริ่มจากการ ใช้เพจอวตาร ในการหว่านแห เพื่อหากลุ่มคนหรือเหยื่อ ที่รับจ้างหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย แคนาดา และไต้หวัน เมื่อมีการติดต่อกับเหยื่อได้แล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ จะมีการนำยาเสพติด กระจายไปยังคนที่รับหิ้วของระหว่างประเทศ ในราคาปกติ หรือ กิโลกรัมละ 300 บาท เพื่อไม่ให้เป็นที่ต้องสงสัย

เพจอวตารเหล่านี้ จะมีการโพสต์ว่า เป็นสินค้าโอทอป หรือ ของแบรนด์เนม จากนั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ที่มีความเชี่ยวชาญ กลเม็ดในการซุกซ่อนยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการฝังไปที่เส้นใยผ้า รวมทั้งในรูปแบบของสบู่เหลว หรือแชมพู ซึ่งรูปแบบการบรรจุยาเสพติด เหล่านี้ ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่มีสัญชาติลูกครึ่งเอเชียและยุโรป อายุประมาณ 50-60 ปี โดยกลุ่มคนเหล่านี้ มีการเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย และฝั่งจังหวัดหนองคาย กลุ่มคนเหล่านี้ จะมีนักเคมี เป็นชาวจีน และจะมีกลุ่มชาติพันธุ์(ม้ง) ทำหน้าที่ขนส่ง จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย ด้วยวิธีการ นำยาเสพติดที่มีแพ็คเก็ตสำเร็จรูป โดยเฉพาะวิธีการแยบยลและเทคนิคการซุกซ่อน ก็จะให้ขบวนการขนส่งกลุ่มชาติพันธุ์ ข้ามชายแดนมาส่งสินค้า ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ไปยังจังหวัดที่มีเครือข่าย เพื่อพักของ แล้วจึงจะย้อนกลับมาส่งที่ปลายทาง เพื่อเป็นการตัดตอนแหล่งที่มาของสินค้า โดยจะใช้วิธีการส่งผ่าน ขนส่งไรเดอร์ ตามปกติทั้งในเรื่องของราคา ตามระยะทางและน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ผู้รับผิดสังเกต ซึ่งผู้บงการจะทำการสั่งงานผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้หลักฐานน้อยที่สุด

จากนั้น สินค้าจะไปถึงมือผู้รับหิ้วก่อนที่ผู้รับหิ้วสินค้าจะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อมอบสินค้าใหัขบวนการข้ามชาติ จากนั้นจะมีการจ่ายเงินค่าสินค้า ในราคารับหิ้วตามปกติ โดยการจ่ายเงินจะใช้บัญชีม้า ที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจ่ายเงินให้คนรับหิ้ว จากนั้นจะลบเพจอวตารทิ้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการติดตาม

ทั้งนี้ จากการสืบสวนในเคสลักษณะนี้ ไม่มีเบาะแสล่วงหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนย้อนหลัง โดยการต้องไปตรวจสอบไรเดอร์ เส้นทางการเงิน รวมถึงพฤติกรรมของคนรับหิ้ว ที่มีรายจ่าย รายรับ และเครือญาติ ว่ามีเส้นทางการเงินแปลกปลอม หรือ ผิดปกติหรือไม่ เมื่อรวบรวมหลักฐานแล้วเสร็จ จะมีการออกหมายจับ กับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายไม่สามารถเอาผิดกับขบวนการเหล่านี้ได้ เพราะพยานหลักฐานค่อนข้างน้อย จึงอาจต้องยกประโยชน์ให้ผู้เกี่ยวข้อง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานสืบค้นไปที่ตัวการใหญ่ เพราะทุกอย่างถูกตัดตอนหมด แม้ข้อมูลนี้เจ้าหน้าที่เคยจับกุมได้บางส่วน แต่ก็ยังมีการเล็ดลอดไปได้ จึงเป็นที่มาของการหว่านสินค้าไป 100 คน หลุดรอดไปแค่ 1 คน ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะราคายาเสพติดในต่างประเทศ จะเพิ่มสูงหลายสิบเท่า จากราคาแหล่งผลิต

สำหรับกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในออสเตรเลีย จะเบากว่าประเทศไทย เนื่องจากไม่มีโทษประหารชีวิต

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา