สภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณวันสุดท้าย

การเมือง ข่าว

 

สภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เป็นวันสุดท้าย “จูรี” ซัดรัฐข้ามขั้นป้องกันภัยพิบัติ เพิ่มงบกลาง 9 หมื่นล้าน “ภราดร” สวนไม่ต้องจุดธูปเรียก ด้าน”พริษฐ์” ชำแหละเมกะโปรเจกต์ 2.6 หมื่นล้าน สงสัยเครือข่ายเดียวกินรวบงานรัฐ

 

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เดินหน้าพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และเป็นวันสุดท้ายของการอภิปราย หลังใช้เวลาอภิปรายตลอดสองวันที่ผ่านมาแล้วกว่า 24 ชั่วโมง จากกรอบเวลารวม 41 ชั่วโมง

บรรยากาศการอภิปรายยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณในหลายด้าน ทั้งการรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาทุนมนุษย์ และความโปร่งใสของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า งบประมาณปี 2570 มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพแรงงานและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า

โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า แม้งบประมาณปี 2570 จะครอบคลุมหลายด้าน แต่กลับ “ไม่มีอนาคต” โดยเฉพาะการเตรียมรับมือภัยพิบัติ ซึ่งรัฐบาลยังเน้นการเยียวยาหลังเกิดเหตุ มากกว่าการลงทุนเพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า งบกลางเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 90,000 ล้านบาท แต่กลับไม่เห็นมาตรการป้องกันน้ำท่วมหรือภัยพิบัติที่ชัดเจน พร้อมระบุว่าการบริหารลักษณะนี้ทำให้ประชาชนต้องเผชิญวัฏจักร “รอน้ำท่วม-รับเงินเยียวยา” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเรียกร้องให้รัฐบาลกระจายงบประมาณลงสู่พื้นที่ เพื่อใช้ป้องกันมากกว่าการเยียวยา พร้อมกันนี้ ยังทวงถามถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมที่รัฐบาลและผู้บริหารหลายคนเคยให้คำมั่นไว้ โดยระบุว่าไม่พบรายละเอียดในร่างงบประมาณ พร้อมกล่าวเชิงประชดว่า หากรัฐบาลไม่มาชี้แจง ก็จะ “จุดธูปเชิญ” มาตอบคำถาม

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านงบประมาณ ชี้แจงตอบโต้ว่า งบกลางที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นงบที่รัฐบาลสามารถนำไปใช้ได้ตามอำเภอใจ เพราะส่วนใหญ่เป็นงบสำหรับเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เงินสมทบ และภาระผูกพันตามกฎหมาย พร้อมย้อนว่า หากต้องการทราบเหตุผลเรื่องการตั้งงบกลาง ก็ควรถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเคยดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

นายภราดร กล่าวด้วยว่า “ไม่ต้องจุดธูปเรียก” เพราะตนอยู่ชี้แจงในสภาตลอดทั้งสามวัน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลได้อธิบายรายละเอียดงบกลางไว้แล้ว

ต่อมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตรวจสอบโครงการด้านการศึกษาขนาดใหญ่ โดยยกตัวอย่าง 4 โครงการ ได้แก่ Anywhere Anytime, Skill Credit Portfolio ของกระทรวงศึกษาธิการ,Skill Credit Portfolio ของกระทรวง อว. และ National Credit Bank ซึ่งใช้งบประมาณรวมกว่า 26,262 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผลการดำเนินงานของบางโครงการยังไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปพร้อมวิจารณ์ว่ารัฐบาลยังไม่มีทิศทางนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

ทั้งนี้ การตรวจสอบเอกสาร TOR หลายโครงการพบข้อพิรุธหลายประการ ทั้งการกำหนดลักษณะงานเป็น “จ้างที่ปรึกษา” ทั้งที่เป็นการผลิตสื่อ รวมถึงเงื่อนไขบางส่วนที่อาจจำกัดการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลว่ามีบริษัทหนึ่งได้รับงานถึง 5 จาก 10 โครงการ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลพบความเชื่อมโยงกับบริษัทอีกหลายแห่ง ทั้งที่อยู่เดียวกัน การถือหุ้น และการจดทะเบียน จนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเครือข่ายธุรกิจเดียวกันที่ได้รับประโยชน์จากโครงการรัฐ

นายพริษฐ์ ย้ำว่า แม้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ข้อมูลที่นำเสนอถือเป็น “ควัน” ที่มากพอให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวน TOR ตรวจสอบโครงการย้อนหลัง และสร้างหลักประกันด้านความโปร่งใสก่อนเดินหน้าของบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 10,000 ล้านบาทสำหรับโครงการดังกล่าว

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา