นายกฯ คาด “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.ในพค.เมินคนค้าน”แลนด์บริดจ์”

การเมือง ข่าว
นายกฯ คาดไทยช่วยไทยพลัส เข้า ครม.ภายใน พ.ค.นี้  ให้ทันเริ่มโครงการ มิ.ย. โยนถามรายละเอียดจาก “เอกนิติ”  ชี้ “แลนด์บริดจ์” เป็นประโยชน์สร้างมั่งคั่งเศรษฐกิจ เป็นโครงการภูมิใจไทยตั้งใจผลักดัน เมินยังมีหลายฝ่ายคัดค้าน

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว การเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ว่าวางไทม์ไลน์ไว้ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมิถุนายน ดังนั้นจึงน่าจะมีการเสนอโครงการเข้าที่ประชุม ครม.ได้ภายในเดือนพฤษภาคม โดยนโยบายนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียง ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะขณะนั้นมีเวลา 4 เดือน จึงต้องควิกวิน

 

แต่เมื่อดำเนินการไปแล้วเกิดประโยชน์มากมาย เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทั่วไป แต่พอจะเริามเฟส 2 ก็มีการยุบสภาไปก่อน ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ขณะนี้มีสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน เราจึงได้พลัส โดยไม่ใช้คำว่าคนละครึ่ง แต่เปลี่ยนเป็นไทยช่วยไทยพลัส โดยพยายามจัดสรรเงินมาช่วยประชาชน แต่ไม่ใช่ 50:50 แล้ว เปลี่ยนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจ เพิ่มระยะเวลาจาก 2 เดือนเป็น 4 เดือน

โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้บอกแล้วว่าจะจ่ายเดือนละ 1,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาทถือว่ามากกว่าเดิม ส่วนมีการเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้เมื่อไหร่นั้นต้องถามนายเอกนิติ

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ขอทำความเข้าใจด้วยว่าจะมาถามรายละเอียดลงลึกเลย ตนคิดว่าไปถามผู้ปฏิบัติหรือผู้รับผิดชอบเลยดีกว่า เพราะถ้าตนพูดไปคนอื่นจะไม่พูดอะไรเลย ในส่วนของตนพร้อมให้การสนับสนุนโครงการหรือการดำเนินการต่างๆของรัฐมนตรีทุกกระทรวง ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะถามตน ขอให้ถามว่าเห็นชอบในหลักการหรือยัง พร้อมให้การสนับสนุนหรือไม่ แต่ในรายละเอียดถ้าตนถามตน คนอื่นไม่ต้องทำงานพอดี

 

นอกจากนี้ นายอนุทิน  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมที่จะเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจที่จะผลักดัน โดยมีการศึกษารายละเอียดและปรับสภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบที่จะทำให้เกิดขึ้น

 

ซึ่งวันนี้ก็มีเหตุผลที่จะต้องนำขึ้นมาพิจารณา อย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงว่าใครจะเป็นผู้ครอบครอง ช่องทางการขนส่งคมนาคม หรือมีไอเดียที่จะเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถ้าหากมีโครงการที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเกิดประโยชน์เกิดรายได้ เกิดความมั่งคั่งกับเศรษฐกิจ เราก็ต้องเร่งพิจารณา

 

ส่วนจะต้องทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่อย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของส่วนรวม

 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ที่มีหลายฝ่ายยังไม่เข้าใจและคัดค้านตัวโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ โดยเพียงแค่หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถามก่อนขึ้นรถกลับทันที

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่