“เอกนิติ”อาจต้องออก พรก.กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงานโลก

การเมือง ข่าว

 

“เอกนิติ”รับอาจต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงานโลก ชี้ต้องรักษาสมดุลเยียวยาประชาชน-รายได้รัฐ

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของนายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องวิกฤตด้านพลังงาน จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก โดยยอมรับว่า รัฐบาลอาจต้องเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีความรุนแรงมากขึ้น

นายเอกนิติ ระบุว่า ค่าการกลั่นที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบันเป็นเพียง “ตัวเลขอ้างอิง” หรือที่เรียกว่า “ค่าการกลั่นทิพย์” ซึ่งอิงจากสิงคโปร์ และไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในช่วงสถานการณ์สงคราม โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้หารือกับโรงกลั่น พบว่าต้นทุนแต่ละแห่งแตกต่างกัน จึงมีข้อเสนอให้ปรับค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับความเป็นจริง พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางใช้กฎหมายพิเศษในช่วงน้ำมันขาดแคลนเพื่อจัดการผลตอบแทนส่วนเกิน และได้ส่งข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว ภายในกรอบเวลา 15 วัน

ส่วนในประเด็นภาษีสรรพสามิต นายเอกนิติ ย้ำว่า จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนและเสถียรภาพการคลัง เนื่องจากภาษีดังกล่าวเป็นรายได้หลักของรัฐ ที่ต้องนำไปดูแลประชาชนทุกกลุ่มไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้น้ำมัน เพราะไม่ใช่ทุกคนใช้รถ แต่ทุกคนได้รับผลกระทบ เราต้องใช้เครื่องมือให้ตรงจุด กองทุนน้ำมันดูแลราคา ส่วนภาษีสรรพสามิตใช้เป็นรายได้เพื่อดูแลประชาชนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ยังเตือนว่า หากบริหารจัดการไม่ดี วิกฤตพลังงานอาจลุกลามเป็นวิกฤตการคลัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง สำหรับประเด็นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน นายเอกนิติ ชี้แจงว่า การออกกฎหมายลักษณะนี้ในอดีตหลายครั้ง เป็นการ “เตรียมความพร้อมล่วงหน้า” เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตรุนแรงขึ้น ไม่ใช่รอให้สถานการณ์ถึงจุดวิกฤตที่สุดก่อน โดยจากการหารือในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ต่างยอมรับตรงกันว่าวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง เป็นวิกฤตระดับโลก

นายเอกนิติ ระบุว่า กระทรวงการคลังได้เริ่มสำรวจงบประมาณที่สามารถปรับลดได้ เพื่อนำมาใช้เยียวยาประชาชนก่อน และจะใช้มาตรการช่วยเหลือแบบ “ตรงจุด” ไม่ใช่การแจกแบบหว่านแห

อย่างไรก็ตาม หากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องเตรียม “กระสุนทางการเงิน” เพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ตามความจำเป็น และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังเน้นว่าการใช้เงินกู้ จะไม่ใช่เพียงเพื่อเยียวยา แต่รวมถึงการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ในช่วงท้าย นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงกรณีข้อกล่าวหาการฟอกเงินในตลาดทุน โดยยืนยันว่าได้กำชับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดและย้ำว่าหากพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย และไม่ว่าใครก็ตาม หากมีหลักฐานชัดเจน ต้องดำเนินการให้สุดทาง ยึดหลักความโปร่งใสและความถูกต้อง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่