“ฮอร์มุซ” ตึงเครียดกว่าเดิม อิหร่านโจมตีเรือ 3 ลำ ยึดไป 2 ลำ หลังสหรัฐฯขยายหยุดยิงแต่ไม่ยกเลิกปิดล้อม ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4%
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อิหร่านกำลังเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีเรือที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยยึดเรือไปสองลำ และทำให้ความพยายามในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางกำลังสั่นคลอนและซับซ้อนยิ่งขึ้น
รายงานระบุ อิหร่านได้ยิงใส่เรือสามลำ และยึดเรือไปสองลำ ทำให้เกิดความวุ่นวายในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่มีสัญญาณว่าการเจรจาสันติภาพจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ นับเป็นครั้งแรกที่อิหร่านยึดเรือนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
สำนักข่าวทัสนิม ของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ได้ยึดเรือสองลำ เนื่องจากละเมิดกฎหมายทางทะเล และนำตัวไปยังชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ รายงานว่าเรือสามลำถูกยิง
อิหร่าน ถือว่าการปิดล้อมของสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่เป็นสงคราม และกล่าวว่าจะไม่ยุติการปิดช่องแคบ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก ตราบใดที่การกระทำดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป
การเคลื่อนไหวที่ท้าทายล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิงและยกเลิกการโจมตีอย่างไม่มีกำหนด กองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมการค้าทางทะเลของอิหร่านต่อไป
จากกรณีอิหร่านโจมตีเรือ 3 ลำ และยึดเรือ 2 ลำ ทำให้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขยับตัวสูงขึ้นทันที โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็ก (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 4.06 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 96.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากล ปรับตัวสูงขึ้น 3.62 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 105.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews