3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ที่คนไทยมักได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่เป็นระยะ โดยพื้นที่หลักประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงบางอำเภอของจังหวัดสงขลาตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนมาเลเซีย มีลักษณะโดดเด่นด้านวัฒนธรรมมลายู การใช้ภาษามลายูในการสื่อสาร การนับถือศาสนาอิสลาม รัฐบาลต้องจัดงบประมาณก้อนโต จำนวนมหาศาลมาแก้ปัญหา แต่กว่า 20 ปีสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ถือเป็นพื้นที่พิเศษ ในบริบทความมั่นคง
โดยรากเหง้าของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ มาจาก ประวัติศาสตร์การปกครองในอดีต แนวคิดแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่ม ความแตกต่างด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนบางส่วน ซึ่งรัฐบาลจะต้องพยายามเดินหน้าแก้ปัญหากันต่อไป แม้จะไม่ดีขึ้น แต่ก็ต้องไม่ให้แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่
ในบริบทการเมือง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในอดีต มีกลุ่ม”วาดะ” เป็นเจ้าถิ่น ยึดครองพื้นที่ทางการเมืองไว้เกือบท้งหมด โดยสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ระยะหลัง กลุ่มวาดะเดิมและทายาท แตกไปอยู่กับหลายพรรค ทั้งกับ ประชาชาติ ที่มี “วันมูหะมัดนอร์ มะทา”เป็นผู้นำสูงสุด “ตระกูลโต๊ะมีนา” ไปอยู่กับกล้าธรรม และกลุ่มของนัจมุดดิน อูมา ช่วยงานภูมิใจไทย ทำให้การต่อสู้ทางการเมืองเข้มข้นยิ่งขึ้นโดยผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา 13 เก้าอี้ สส.ยะลา 3 คน ปัตตานี และ นราธิวาส จังหวัดละ 5 คน พรรคภูมิใจไทย คว้าชัยได้มากที่สุด 5 คน ส่วนประชาชาติ เจ้าของพื้นที่เดิม ได้เท่ากับ กล้าธรรม พรรคละ 4 ที่นั่ง
สส.ชายแดนใต้ 3 จังหวัด หากแยกเป็นโซนพื้นที่ ยะลา ทั้งจังหวัด ยังคงเป็นการยึดครองของ”ประชาชาติ”อย่างเหนียวแน่น ส่วน “ปัตตานี” สีน้ำเงินยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ไปครอง 4 เขต แบ่งให้”กล้าธรรม” 1 ที่นั่งส่วน “นราธิวาส” กล้าธรรม ครองพื้นที่ใหญ่ และมี”ประชาชาติ” กับ “ภูมิใจไทย” แบ่งไป พรรคละ 1 ที่นั่ง มองในภาพรวม 13 สส.ชายแดนใต้ เป็นฝ่ายรัฐบาล ถึง 9 คน ในทางการเมือง หากจะมีการผลักดันโครงการ หรือนโยบายอะไรเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ก็คงไม่ยากเย็นนัก หากต้องการทำจริงๆ
จากคดีลอบยิง”กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส เขต 5 ในช่วงแรกมีเพียง สส.จากพรรคประชาชาติ ต้นสังกัดของ “กมลศักดิ์”เท่านั้น โดยมี “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำแสดงจุดยืนพยายามเรียกร้องความเป็นธรรม เร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมขบวนการลอบสังหารครั้งนี้ และเมื่อความจริงปรากฏ คนร้ายเป็นอดีตทหารเรือ มีการใช้รถของ กอ.รมน.เป็นยานพาหนะในวันก่อเหตุ บรรดาสส.จังหวัดชายแดนใต้ จึงได้สลายสีเสื้อของพรรค มาแสดงพลังร่วมกันที่สภานำโดย “ซาการียา สะอิ” จากภูมิใจไทย และ “อามินทร์ มะยูโซะ” จากกล้าธรรม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในพื้นที่
ก่อนตามติดมาด้วย “ดราม่า” แม่ทัพภาค 4 ปิดไมค์ตอบคำถาม “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” และพาดพิง”ปอเนาะ ตาดีกา” จนเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักเรียกร้องให้ย้ายออกจากพื้นที่และมีการเมืองเข้าไปผสมโรงร่วมกดดัน โดยเฉพาะจาก “รอมฏอน ปันจอร์” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน สายชายแดนใต้ ที่ถูกมองว่าเป็นคนละฝั่งกับรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว ทำให้สถานการณ์ 3 จังหวัด ตึงเครียดยิ่งขึ้น แม้”อนุทิน ชาญวีรกุล”นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เป็นกาวใจ แม่ทัพภาค 4 ยอมขอโทษแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ไม่พอของคนในพื้นที่
ดังนั้น คดี”ลอบสังหาร”สส.กมลศักดิ์”ที่ตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้ 4 จาก คนแล้ว แต่ยังสาวไปไม่ถึงตัวผู้บงการ และเป็นดึง กอ.รมน.มาเกี่ยวข้องด้วย จึงถูกโยงเข้ากับนโยบายแก้ปัญหา 3 จังหวัดไปโดยปริยายหากไม่มีคำตอบที่คนในพื้นที่พอใจ ก็อาจกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี ที่จะทำให้ชายแดนใต้เปลี่ยนไปอีกครั้ง ทั้งในแง่ความมั่นคง และการเมืองในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews