พายุราคาน้ำมัน หลังสงกรานต์!โลกเดือด อิหร่าน-USเจรจาล่ม

Hot Clips Video

 

สถานการณ์พลังงานโลก กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุถึงจุดวิกฤต จากการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จนถูกจับตาว่าอาจกลายเป็น “วิกฤตพลังงานโลก 2026” ที่หนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

จุดเปราะบางสำคัญอยู่ที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของโลก และก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG อีกเกือบ 1 ใน 5 ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการปิดกั้นและการสู้รบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แตะระดับ 120-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทะลุ 150 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

 

แรงกระเพื่อมนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ต่างประเทศ แต่กำลังส่งแรงกระแทกถึงประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพของประชาชน

 

แม้ก่อนช่วงสงกรานต์ คนไทยจะเพิ่งได้ “หายใจโล่ง” จากการปรับลดราคาน้ำมันหลายรายการ หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่มีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน มีมติปรับลดราคาน้ำมันลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งดีเซล แก๊สโซฮอล์ และE20 เพื่อลดภาระค่าครองชีพช่วงเทศกาล

 

แต่มาตรการดังกล่าว ต้องแลกกับภาระกองทุนน้ำมันที่ยังคงแบกรับค่าใช้จ่ายวันละเกือบ 600 ล้านบาท

 

และหลังสงกรานต์นี้เอง คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ต้องจับตา โดยเฉพาะช่วงวันที่ 18-20 เมษายน ซึ่งเป็นรอบพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีและเงินชดเชยใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง

 

ด้านท่าทีของผู้นำรัฐบาลไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การลดราคาน้ำมันต้องอิงกลไกตลาดโลกเป็นหลัก แต่รัฐบาลจะใช้เครื่องมือที่มีอยู่ “กดราคา” ให้ได้มากที่สุด ทั้งการควบคุมค่าการกลั่น และค่าการตลาด เพื่อไม่ให้ราคาหน้าปั๊มพุ่งตามตลาดโลกเต็มที่

 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมันในช่วงสงกรานต์ ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของไทยยังเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน แม้ความต้องการใช้จะพุ่งสูงในช่วงเทศกาล

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจอยู่ “หลังเทศกาล” เมื่อความต้องการใช้พลังงานยังคงสูง ขณะที่ต้นทุนโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน ในเวทีระหว่างประเทศสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ โดยสะท้อนความกังวลร่วมกันว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน และกระทบความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งภูมิภาค

 

อาเซียนยอมรับว่า ขณะนี้แต่ละประเทศยังต้องรับมือปัญหาของตัวเอง แต่การหารือครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่าทุกประเทศเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือด้านพลังงานในระยะยาวสอดคล้องกับมุมมองของ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ที่เตือนว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง และอาจยืนในระดับสูงไปอีกหลายเดือน จนกว่าสถานการณ์ในฮอร์มุซจะคลี่คลาย

 

ทั้งหมดนี้ ทำให้ “ราคาน้ำมันหลังสงกรานต์” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไทยทันที

 

คำถามสำคัญคือ…รัฐบาลจะสามารถ “ประคองราคา” ได้นานแค่ไหน และประชาชน จะต้องรับแรงกระแทกค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอีกเพียงใด เพราะในวิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่ต้องจับตาแต่คือ “ความสามารถในการรับมือของทั้งประเทศ” ที่กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่