เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านลอตแรก 7 มี.ค.-โต้ให้USตั้งฐานทัพ

ข่าว

 

 

ศูนย์แถลงข่าวตะวันออกกลางวันแรก ยืนยัน เร่งอพยพคนไทย 7 มี.ค. โต้ข่าวไทยให้สหรัฐฯ ตั้งฐานทัพ ขณะพลังงาน ยันน้ำมันไม่ขาด-ราคาไม่พุ่ง

 

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง ซึ่งบูรณาการ 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวประจำวันเป็นครั้งแรกเพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังคงมีการโจมตีต่อเนื่องในหลายพื้นที่

 

โดยนายปณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังมีความอ่อนไหวสูง โดยอิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เลบานอน และบางพื้นที่ในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล รวมถึงพื้นที่ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ในบางประเทศอ่าวอาหรับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานคนไทยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ในส่วนของอาเซียน รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ แสดงความห่วงกังวล เรียกร้องทุกฝ่ายยุติความรุนแรง ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

 

สำหรับการช่วยเหลือคนไทย กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้อพยพคนไทยในอิหร่านเป็นกรณีเร่งด่วน โดยจะนำคนไทยออก 2 รอบ รอบแรกวันที่ 7 มี.ค. และรอบที่สองวันที่ 10 มี.ค.ขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนรวม 138 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและแรงงาน พร้อมขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับรีบลงทะเบียนภายในกำหนด

 

สำหรับในประเทศอื่น ๆ มีความคืบหน้า ดังนี้ 1.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คนไทยส่วนใหญ่เดินทางกลับถึงไทยแล้ว เหลือตกค้าง 1 คน 2.บาห์เรน กลุ่มแรก 9 คน เดินทางเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียเพื่อเตรียมกลับไทย 3.กาตาร์ น่านฟ้ายังปิด มีคนไทย 46 คน ติดต่อได้แล้ว 43 คน 4.จอร์แดน เตรียมเดินทางกลับ 7 มี.ค. 5.อิรัก บางส่วนเดินทางผ่านตุรกีแล้ว เหลือรอดูสถานการณ์ 6.โอมานและเยเมน มีการช่วยเหลือบางส่วนแล้ว

 

รองโฆษก กต. ยังชี้แจงกรณีข่าวลือว่าไทยลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมืออินโดแปซิฟิกที่เปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ไทยตั้งฐานทัพ โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน” และขัดกับนโยบายต่างประเทศของไทย พร้อมขอประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการก่อนเผยแพร่

 

ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอไม่น้อยกว่า 60 วันในกรณีเลวร้ายที่สุด และปัจจุบันยังสามารถนำเข้าน้ำมันได้ต่อเนื่องโดยประมาณ 40–50% ของน้ำมันนำเข้ามาจากนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงไม่เกิดภาวะขาดแคลน พร้อมระบุว่า ในช่วง 15 วันข้างหน้า ราคาน้ำมันขายปลีกจะยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา

 

ขณะที่นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์วิกฤตด้านการท่องเที่ยว และประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ

 

นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออกมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่วีซ่ากำลังหมดอายุ ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นมา โดยกรณีเดินทางออกนอกประเทศจะได้รับการยกเว้นค่าปรับส่วนผู้ประสงค์ขออยู่ต่อสามารถยื่นคำร้องขออยู่ชั่วคราวได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ตามขั้นตอนกฎหมายไทย

 

ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่าจะมีการรายงานสถานการณ์ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนกจากข่าวลือในช่วงสถานการณ์วิกฤต

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews