“เจ๊อ้อย” มาเอง ! ขึ้นศาลอาญา นัดสืบพยาน คดีฟ้อง “ทนายตั้ม” ข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
วันนี้ (4 มี.ค.69) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดสืบพยานโจทก์ ในคดีที่ พนักงานอัยการ และ นางสาวจตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม”,นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาของ”ทนายตั้ม” และ นางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยา”ทนายตั้ม” ในข้อหา ฉ้อโกง , ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ , ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน
โดยบรรยากาศ ที่ศาลอาญา เช้าวันนี้ “เจ้อ้อย” เดินทางมาถึงศาลอาญา ประมาณ 08.40 น. ด้วยท่าทีมั่นใจ ยิ้มแย้ม แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
นอกจากนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธาน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้เดินทางมายังศาลเพื่อให้กำลังใจเจ๊อ้อย รวมถึงสังเกตการณ์ โดยบอกว่าคดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ศาล ศาลแพ่ง และ ศาลอาญา ซึ่งศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท ที่ถูก ปปง. อายัดให้คืนกับทนายตั้ม เนื่องจากเห็นว่าเหตุผลและพยานหลักฐาน ยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน
นายปานเทพ บอกว่า อัยการสืบพยานเพียง 1 ปาก ซึ่งเป็นพนักงานเอกสารของ ปปง. เท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายสืบสวน ตนมองว่า เป็นข้อที่ทำให้คดีอ่อน และไม่ปรากฏว่าอัยการไม่ได้ซักฟ้องค้านทนายตั้มและภรรยาแต่ผลการตัดสินของแพ่ง ไม่ได้ส่งผลทางคดีของอาญา ซึ่งผลของอาญา จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลของแพ่งได้
และการเบิกความในวันนี้ “เจ๊อ้อย”จะเป็นปากแรกในการเบิกความ
สำหรับคดีอาญา ที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้นมีจำเลย 7 คน ประกอบด้วยทนายตั้ม / ภรรยา / พี่สาวภรรยา / นายนุ / น.ส.สา ภรรยานายนุ / และ พนักงานโชว์รูมรถยนต์ อีก 2 ราย
โดยในคดีอาญามีการแบ่งฟ้องไปทั้งหมด 3 ส่วน คือ กลุ่มทนายตั้ม ภรรยาและพี่สาวภรรยา / กลุ่ม นุ สา / และกลุ่มพนักงาน โชว์รูม ซึ่งทั้ง 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน 39 ล้านบาท ได้มารับสารภาพ 2 ปาก และมีการชดใช้เงินจำนวน 19 ล้านบาท และอีก 2 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถและออกใบเกินราคา ก็มารับสารภาพแล้ว
ฉะนั้น 4 ปากได้สารภาพและศาล ได้ตัดสินแล้วและอยู่ระหว่างที่ พนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์
ส่วน กลุ่มทนายตั้มภรรยาและพี่สาวภรรยา ต้องพิสูจน์ ในเรื่องของการหลอกลงทุนหวยออนไลน์ ส่วนนี้ยังไม่มีการรับสารภาพ และต้องนำสืบกันอีก
นายปานเทพ บอกว่าหากกลุ่มทนายตั้มมีการรับสารภาพ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการลดโทษ ฉะนั้นวันนี้ต้องดูท่าทีของจำเลย ว่าจะมีท่าทียังไงส่วนการนัดสืบพยาน ศาลท่านนัดสามวันติดกัน คือวันที่ 4-6 มีนาคม
นอกจากนี้ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของทนายตั้ม ระบุว่าวันนี้ศาลต้องเบิกตัวทนายตั้มมาจากเรือนจำ และทนายตั้มจะเป็นคนถามสักค้านฝ่ายโจทก์ด้วยตนเองเมื่อทีมข่าวสอบถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ทนายบอกว่าสามารถทำได้เนื่องจากตัวจำเลยมีความรู้ด้านกฎหมาย และทนายตั้ม สามารถซักค้านโจทก์ด้วยชุดนักโทษเรือนจำ และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการสอบพยาน
ขณะที่จากการสังเกตของทีมข่าว ระหว่างที่ทนายตั้มเดินทางมายังห้องพิจารณาคดี พบว่าทนายตั้ม เดินมากับภรรยา และมีท่าทีมั่นใจ สวมชุดเรือนจำ เปลี่ยนเสื้อยืดสีครีมคราบแดงที่ไหล่ซ้าย ใส่กางเกงวอร์มขาวยาวสีดำที่ข้อเท้ามีโซ่ตรวน ซึ่งทนายตั้มมีลักษณะซูบผอมลง จากการสอบถามระบุน้ำหนักลงไปหลายกิโล รวมถึงยังมีการ ทักทายสื่อมวลชนที่รอหน้าห้องพิจารณาคดีสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพิจารณา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews