รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต “อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV” สั่งคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักยกระดับตรวจสภาพ–ทำ Safety Rating List
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles: NGV) ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ เพื่ออุดช่องโหว่ ลดความเสี่ยงการทุจริต และยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. รายงานประกอบว่า จากการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารที่ใช้ NGV ที่เกิดเพลิงไหม้ในปี 2567 พบประเด็นความผิดปกติหลายด้านและเมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบขั้นตอนการอนุญาตและการตรวจสภาพรถในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบข้อกังวลสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบที่เน้นเอกสารมากกว่าการตรวจทางเทคนิค และมีกรณีการได้มาซึ่งหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบโดยไม่นำรถเข้ารับการตรวจจริง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน
ทั้งนี้ มาตรการที่ ป.ป.ช. เสนอให้ดำเนินการ ประกอบด้วย (1) การกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนและประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศ รวมถึงการทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสาร (2) เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง การอนุญาตแก้ไข/ดัดแปลงสาระสำคัญของรถ การกำกับดูแลสถานประกอบการเอกชนและผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่ออกหรือต่อใบอนุญาตให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ (3) ปรับปรุงรูปแบบการตรวจสภาพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นระบบ เพื่อออกใบรับรอง ติดตามประวัติการดัดแปลง และรวบรวมผลการตรวจสอบอย่างมีมาตรฐาน
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการจัดทำ “Safety Rating List” สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อจำแนกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรวมถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อยานพาหนะที่บกพร่องหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะผ่านระบบออนไลน์ และใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ
ในส่วนของการสร้างความตระหนักรู้และการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรการดังกล่าวยังเน้นการอบรมผู้ประกอบการและพนักงานขับรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกฎหมายจราจรพฤติกรรมเสี่ยง ความปลอดภัยเชิงป้องกัน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการรับมือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ติดตามและประเมินพฤติกรรมการขับขี่เช่น ระบบติดตามภายในรถ (IVMS) ระบบ GPS และกล้องวงจรปิด (CCTV) รวมถึงเปิดช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและติดตามผลได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งพฤติกรรมเสี่ยง
สำหรับการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (โดย สวทช.) กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม (โดย สมอ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อยุติ พร้อมให้สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วันเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป
“รัฐบาลยืนยันเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่ออุดช่องโหว่การทุจริต ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสาร และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ประชาชน โดยเฉพาะรถที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG/NGV ซึ่งต้องมีมาตรฐานการตรวจสภาพที่เข้มงวด โปร่งใส และตรวจสอบได้” รองโฆษกฯ กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews