“ศรีสุวรรณ”บุก กกต. ยื่นยุบพรรคประชาชน ทำไอโอผ่านบริษัท Spectre C – จี้สอบเลเซอร์ไอดีสมัครสมาชิก ตั้งคำถาม “ช่อ พรรณิการ์” ออกหน้าชี้แจงในฐานะใด ลั่นกฎหมายแม่บทไม่เปิดช่อง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ตรวจสอบและพิจารณายุบพรรคประชาชน จากกรณีที่มีการ เปิดเผยข้อมูลภายในพรรคเกี่ยวกับการจัดทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation – IO) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านบริษัท Spectre C
โดยนายศรีสุวรรณ ระบุว่าประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ภายหลัง น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลภายในของพรรค
โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนัก นำไปตรวจสอบเชิงลึก พบว่าบริษัทดังกล่าวมีสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับสำนักงานพรรคประชาชน จึงตั้งข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับพรรคการเมือง ว่าอาจมีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการไอโอเพื่อสนับสนุนพรรคหรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรค ผู้บริหาร กรรมการบริหาร รวมถึงผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ออกสื่อและรายการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและมีการโหวตในสื่อออนไลน์บางแห่งที่มีลักษณะผิดสังเกต ถึงขั้นที่สื่อสำนักหนึ่งในพื้นที่ย่านบางนาต้องยกเลิกการโหวต ซึ่งถือเป็นพยานแวดล้อมที่ควรนำมาพิจารณาประกอบ
พร้อมย้ำว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองบัญญัติชัดเจน ห้ามพรรคการเมืองหรือผู้สมัครมีส่วนได้เสียในกิจการสื่อหรือกิจการที่อาจใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
หาก กกต.ตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัท Spectre C มีความเชื่อมโยงกับพรรคประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีการใช้กระบวนการไอโอใส่ร้ายป้ายสี หรือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในช่วงการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 (5) และนำไปสู่การใช้อำนาจตามมาตรา 92 เพื่อยื่นยุบพรรคการเมืองได้
นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณ ยังยื่นให้ตรวจสอบกรณีการสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูล “เลเซอร์ไอดี” หลังบัตรประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 และอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
“แม้พรรคจะอ้างว่าใช้เพื่อยืนยันตัวตนและมีการขออนุญาตแล้ว แต่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บท อยู่เหนือกฎหมายลูกทั้งหมด ต่อให้ขออนุญาตก็ไม่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญได้ หาก กกต.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 92 ก็รออยู่คือการยุบพรรค”
ส่วนกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงว่า บริษัทดังกล่าวแยกขาดจากพรรค และรับงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เข้าใจการแก้ต่าง แต่ยังมีข้อสงสัยถึงบทบาทของ น.ส.พรรณิการ์ ว่าออกมาชี้แจงในฐานะใด
เพราะวันนี้การเลือกตั้งจบแล้ว จะอ้างว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงก็ไม่ได้ต้องถามว่าคุณช่อมีสถานะอะไรในบริษัทนี้หรือในพรรคประชาชน เพราะตัวแทนของบริษัท Spectre C เองไม่เคยออกมาชี้แจงใด ๆ แต่กลับเป็นนักการเมืองและบุคคลภายนอกที่ออกหน้าแทนทั้งหมดรวมถึงการพาสื่อไปดูสถานที่ต่าง ๆ ว่าเขาทำในฐานะอะไร นี่คือคำถามที่สังคมควรได้คำตอบ”
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ ยืนยันว่า หลักฐานที่นำมายื่นมีทั้งเรื่องสถานที่ตั้ง ความเชื่อมโยงของบุคคล และกระบวนการทำงานที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน พร้อมเรียกร้องให้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเข้มข้น เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของระบบพรรคการเมืองไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews