“เท้ง ณัฐพงษ์” ยืนยัน Laser ID ทำตามระเบียบกรมการปกครอง ข้อมูลประชาชนไม่รั่วไหลแน่นอน ระบุ ทำงานฝ่ายค้านร่วมกับทุกพรรคได้ ย้ำ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้โปร่งใส ปกป้องสิทธิประชาชน
วันนี้ (16 ก.พ.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวชี้แจงกรณี การจัดเก็บข้อมูลของผู้ที่จะสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ต้องขอข้อมูลหลังบัตรประชาชน หรือ Laser ID โดย
ยืนยันอีกครั้งไม่ได้เก็บข้อมูลอะไรที่จะทำให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลเป็นไปตามที่กรมการปกครองเปิดช่องทางเพื่อให้พิสูจน์ความถูกต้องแน่ใจว่าการทำทุรกรรมเป็นไปตามที่ กกต.กำหนด เพื่อยืนยันว่า
เป็นประชาชนตัวจริงเลขหน้าบัตรและ หลังบัตรประชาชนสามารถตรวจสอบได้กับกรมการปกครองจริง และยืนยัน ในเรื่องนี้ จะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน ตรวจสอบกับทีมงานหลังบ้านไม่ได้มีการเก็บข้อมูล
ส่วนบุคคลใดๆ เพียงแต่ใช้ในการยืนยันกับ กรมการปกครองเท่านั้น ที่เขาต้องการ Laser Code ไปยืนยันตัวบุคคลที่มาสมัครสมาชิก

ส่วนกรณีของ นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีตส.ส.พรรคประชาชน ที่ออกมากล่าวหาพรรคประชาชนในหลายเรื่อง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ได้มีตัวแทนของพรรค คุยกับแก้วตาแล้ว พวกเราเองไม่ได้
จะทำร้ายเขาแต่อย่างใด และยืนยันว่า ในหลายเรื่องที่แก้วตาสื่อสารออกมา อย่างข้อมูล io พรรคส้มไม่ใช่ข้อเท็จจริง เรามีทีมโซเชียลเพื่อมอนิเตอร์ ติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์แต่ไม่ได้มีหน่วยงานเฉพาะกิจ
ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือว่าชี้นำความเห็นของสังคม ใไม่นเรื่องนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอปฏิเสธในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ มีความพยายาม ที่จะบีบให้พรรคกล้าธรรม มาอยู่ฝ่ายค้าน นั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่ได้ติดขัดอะไร การทำงานของฝ่ายค้าน ทำงานเป็นเอกภาพ มีกลไกในสภา เพราะฉะนั้นการที่
พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใด ที่มาทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องมาแสดงจุดยืนว่ามีจุดยืนเหมือนหรือแตกต่างกับพรรคประชาชน ขอแค่มาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ส่วนกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเรียกสอบ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน. ) ที่ถ่ายติดบาร์โค้ดถ้า เป็นการเรียกสอบ ว่าทำถูกหรือผิดระเบียบอย่างไรก็สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือตอนนี้สังคมเองกำลังตั้งคำถามว่าส่วนหนึ่งก่อนหน้านี้กกต ก็มีการแสดงความเห็นว่าจะฟ้อง พรบ.คอมพิวเตอร์ กับประชาชนทั่วไปรวมถึงเจ้าหน้าที่กปน.ที่ปฏิบัติหน้าที่สุจริต ก็ต้องบอกว่าระเบียบการถ่ายภาพ หาก ถ่ายภาพหลังคูหาที่เห็นการลงคะแนนหรือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งนั้นผิดกฎหมายแน่นอน แต่การถ่ายภาพในช่วงขั้นตอนลงคะแนนปกติไม่ได้ผิดอะไร
แต่การเรียกสอบเจ้าหน้าที่กปน.ที่เผยแพร่ภาพของต้นขั้วออกมาผิดระเบียบหรือไม่ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะดำเนินการ

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องของ บาร์โค้ดที่ถูกเผยแพร่ออกมาอาจจะรั่วไหลตั้งแต่ชั้นเลือกตั้ง ถ้าเจ้าหน้าที่ กปต.บางส่วนทุจริตหรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด อาจจะทำให้ข้อมูลของประชาชนที่ลงคะแนน รั่วไหลไปแต่ชั้นที่นับคะแนนแล้วด้วยซ้ำ ไม่ใช่ กกต.จะชี้แจงว่ากระบวนการจัดเก็บมีความลับและแยกกันเก็บ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้อีกหนึ่งอย่างที่จะพิสูจน์ได้ว่าตกลงแล้ว เจ้าหน้าที่กปน.ทุกส่วนทุกเชื่อมั่นในความสุจริต พิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับใคร หรือไม่ สามารถเปิดชื่อคณะกรรมการประจำตำแหน่งที่ทางประเทศได้เลย 100,000 กว่าหน่วยได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ผู้สื่อข่าวถามว่า สารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะหรือไม่
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองพิจารณาเรื่องนี้โดยส่วนตัว และพรรคประชาชน หลายคนอาจจะมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเนื่องจากเป็นคู่แข่งด้วยในการเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนอาจจะมองว่าแพ้การเลือกตั้งเรียกร้องหรือไม่ เชื่อว่าสิ่งที่เรียกร้องได้ก็คือการที่กกต.ดำเนินการ การเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส ยุติธรรมและ ปกป้องสิทธิ์ของประชาชนให้ถึงที่สุดถ้า
ตอนนี้ตัวบัตรเลือกตั้งมีปัญหาก็ต้องพยามดำเนินการอย่างเต็มที่อย่างที่สุดให้การเก็บรักษาเป็นความลับและดีที่สุดเร่งทำลายบางส่วนให้เร็วที่สุด ส่วนจะการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่อาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นคนพูด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews