กกต.”บาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง ไม่ขัด รธน.

การเมือง ข่าว
กกต.แจงปมร้อน “บาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ย้ำไม่กระทบความลับการลงคะแนน ใช้เพื่อสอบทาน–ป้องกันบัตรเขย่งและปลอมแปลง ปัดตอบตรงประเด็นไล่ถึงต้นขั้วรู้ตัวผู้กา ยืนยันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เมินข้อเรียกร้องให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ชี้เป็นไปตามกฎหมาย

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงชี้แจงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. หลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 อย่างครบถ้วน

 

ซึ่งการแถลงข่าวมีทีมโฆษก กกต. นำโดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. พร้อมผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและสนับสนุนการเลือกตั้ง ร่วมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้งและเหตุผลของการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

 

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า ก่อนจะตั้งคำถามเรื่องบาร์โค้ด ต้องทำความเข้าใจ “กระบวนการลงคะแนนลับ” ทั้งระบบ ตั้งแต่การรับบัตร การเข้าคูหา การหย่อนบัตร การนับคะแนน ไปจนถึงการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง โดยชี้ว่า ในทุกขั้นตอน ไม่มีช่วงใดที่ผู้อื่นสามารถล่วงรู้ได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะในขั้นตอนการนับคะแนน บัตรเลือกตั้งทั้งหมดถูกปะปนรวมกันในหีบ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของผู้ใด ขณะที่ต้นขั้วบัตรถูกแยกจัดเก็บต่างหาก และบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิถูกส่งไปยังสำนักทะเบียนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันได้

 

ส่วนประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ชี้แจงว่า การกำหนดรหัสหรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นอำนาจตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และใช้เป็นหนึ่งในหลายมาตรการควบคุมความสุจริตของการเลือกตั้ง ทั้งนี้ บาร์โค้ดดังกล่าวถูกใช้ตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์ การเข้าเล่ม การแพ็กกิ้ง การแจกจ่าย และการตรวจสอบจำนวนบัตร เพื่อป้องกันปัญหาบัตรเขย่ง บัตรเกิน หรือบัตรเล็ดรอดออกนอกระบบ รวมถึงใช้ตรวจสอบกรณีมีการนำบัตรไปใช้ผิดเขตหรือผิดหน่วยเลือกตั้ง โดยไม่ได้นำมาใช้เพื่อตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใดลงคะแนนให้ใคร

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามซ้ำในประเด็นสำคัญว่า หากนำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไปสแกน และนำไปเทียบกับต้นขั้ว จะสามารถไล่ย้อนกลับไปทราบตัวผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ ผู้แทน กกต.ไม่ได้ตอบในเชิงยืนยันหรือปฏิเสธโดยตรง แต่ย้ำว่า ในทางปฏิบัติไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วถูกจัดเก็บแยกจากกันเป็นจำนวนมาก มีมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น และไม่มีผู้ใดมีอำนาจเปิดดูได้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย

 

กกต. ยังชี้แจงถึงกรณีบัตรประชามติที่ไม่มีบาร์โค้ดว่า การจัดพิมพ์ใช้โรงพิมพ์หลายแห่ง ซึ่งมีเทคโนโลยีและระบบการควบคุมแตกต่างกัน แต่ยืนยันว่ามีมาตรการตรวจสอบความสุจริตเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องความปลอดภัยของระบบ

 

ท้ายที่สุด กกต. ย้ำว่า การใช้บาร์โค้ดไม่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดหลักการลงคะแนนลับ และไม่สามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งย้อนหลังได้ พร้อมระบุว่า ข้อเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ยังไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เนื่องจากกระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews