“ประสิทธิ์”ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ด–บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ทำลงคะแนนไม่เป็นความลับ เสี่ยงรู้ว่าเลือกใคร เตรียมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ มองเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง โดยจากการสังเกตและทดลองสแกนบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พบว่า บาร์โค้ดบนตัวบัตรมีความเชื่อมโยงกับบาร์โค้ดบนต้นขั้ว ซึ่งเป็นรหัสเดียวกัน ทำให้สามารถไล่ย้อนกลับไปหาลำดับของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยตนในฐานะอดีต สส. และอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้หารือร่วมกับทีมงาน
จนพบข้อพิรุธดังกล่าว
“เมื่อบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วเป็นเลขเดียวกัน จะทำให้รู้ได้ว่าบัตรที่กาแล้วมาจากต้นขั้วใด ซึ่งต้นขั้วนั้นมีลำดับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นข้อมูลเฉพาะ หรือยูนีค หากมีฐานข้อมูลก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเลือกใครนี่เป็นเรื่องอันตรายมาก”
นายประสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงบัตรเลือกตั้งสีเขียวที่มีคิวอาร์โค้ดเป็นรหัสเฉพาะ 5 หลัก ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วสามารถสร้างรหัสได้มากกว่า 60 ล้านชุด เพียงพอสำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 52 ล้านคน จึงมองว่าเป็นรหัสเฉพาะที่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังต้นขั้วได้เช่นกัน และอาจเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด
นายประสิทธิ์ ยกตัวอย่างว่า หากมีฐานข้อมูลเปรียบเสมือนเลขบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเลขเฉพาะ เมื่อมีการเชื่อมโยงข้อมูล ก็สามารถรู้ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดได้ เช่นเดียวกับกรณีบัตรเลือกตั้งหากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการซื้อเสียง
“การซื้อเสียงในพื้นที่ปทุมธานี เขต 8 มีแทบทุกหมู่บ้าน ถ้าในอนาคตสามารถตรวจสอบได้ว่าซื้อแล้วเลือกหรือไม่ จะยิ่งทำให้การซื้อเสียงรุนแรงขึ้น เลือกซื้อเป็นรายคน และเป็นอันตรายต่อประชาชนอย่างมากไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง”
นายประสิทธิ์ ยังระบุว่า แม้ในการเลือกตั้งปี 2566 จะมีคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเช่นกัน แต่ครั้งนี้ทีมงานได้สังเกตเห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน จึงต้องออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบส่วนแนวทางการดำเนินการต่อ หากพบว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายประสิทธิ์ กล่าวว่า กกต. แนะนำให้ยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน เพื่อนำไปสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ซึ่งตนก็เตรียมดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือหน่วยงานที่จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง รวมถึง กกต. ในฐานะผู้กำหนดสเปก
และเป็นผู้สั่งการจัดพิมพ์ เนื่องจากการกำหนดให้มีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่มีประเทศใดใช้วิธีการเช่นนี้
นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เหตุผลที่มายื่นเรื่องในวันนี้ เนื่องจากต้องการให้ กกต. ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังทราบว่า กกต. ได้ยกเลิกการให้สัมภาษณ์สื่อในช่วงค่ำที่ผ่านมาซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคม
“ถ้าสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตเป็นความจริง อย่างน้อยที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้อาจต้องเป็นโมฆะ เพราะเป็นอันตรายต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและเป็นความลับ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews