เบื้องหลังข้อมูลหลุด!”อนุทิน”จี้สอบ-“ไชยชนก”รู้ตัวมือปล่อยโยงการเมือง

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

จากกรณีที่ นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์แจ้งเตือนประชาชนว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทะเบียนรถจากกรมการขนส่งทางบกถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาข้อมูลเจ้าของรถจากหมายเลขทะเบียนได้ ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

 

ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะสิ่งที่ถูกเผยแพร่ไม่ใช่เพียงหมายเลขทะเบียนรถ แต่ยังมีข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของรถบางราย รวมถึงมีการอ้างถึงรถยนต์หรู Rolls-Royce Phantom Extended ทะเบียน ฐต 9999
กรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุว่าเป็นรถของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดคำถามว่า“ข้อมูลเหล่านี้หลุดออกมาสู่สาธารณะได้อย่างไร”

 

ซึ่งประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลต่อประชาชนอย่างมาก ถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากข้อมูลทะเบียนรถซึ่งอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ สามารถถูกเข้าถึงและเผยแพร่ได้ย่อมสร้างความวิตกต่อความปลอดภัยของข้อมูลประชาชนในวงกว้าง

 

ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ได้เห็นข้อมูลที่ถูกเผยแพร่แล้ว พร้อมระบุสั้น ๆ ว่า “เป็นการถ่ายนานแล้ว” พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบว่า ข้อมูลดังกล่าวหลุดออกมาจริงหรือไม่ หลุดออกมาได้อย่างไร และระบบรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานมีช่องโหว่หรือไม่

 

ที่นายกรัฐมนตรี ได้โยนโจทย์สำคัญกลับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบข้อมูลของภาครัฐ

 

ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปมาก และพบพฤติกรรมที่น่าสนใจหลายประการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด
เพราะต้องรอการตรวจสอบให้ครบถ้วน

 

ข้อมูลเบื้องต้นที่นายไชยชนก เปิดเผย คือ จากการตรวจสอบ ยังไม่พบว่าเป็นการแฮ็กระบบ แต่พบว่ามีการใช้งานผ่าน IP เพียงจุดเดียว และมีการใช้บัญชีผู้ใช้งานล็อกอินเข้าสู่ระบบเพียง 2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเบาะแสสำคัญในการสืบสวนหาต้นตอของเหตุการณ์

 

แม้จะยังไม่เปิดเผยว่า IP ดังกล่าวอยู่ที่ใด แต่รัฐมนตรีดีอียืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ว่าเป็นการใช้งานจากจุดเดียว และขณะนี้ได้สั่ง ปิดช่องทางการเข้าถึงระบบดังกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างการสอบสวน

 

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ ข้อมูลที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลของบุคคลทางการเมือง หรือบุคคลที่เป็นที่รู้จักของสังคม ทำให้มีคำถามว่า เป็นการเลือกเผยแพร่ข้อมูลเฉพาะกลุ่มหรือไม่ นายไชยชนก ยอมรับว่า จากพฤติกรรมที่ตรวจพบ มีความเป็นไปได้ในลักษณะดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการกระทำที่มีแรงจูงใจทางการเมือง หรือเป็นเพียงการนำข้อมูลบางส่วนมาเผยแพร่ จึงต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

ส่วนกรณีที่มีภาพบัตรประชาชนของนายไชยชนกถูกเผยแพร่ด้วย เจ้าตัวยืนยันว่า เป็นภาพจากบัตรประชาชนใบเก่า ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งถูกจัดเก็บ

เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญของระบบบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มากเพียงใด เพราะหากผลการตรวจสอบยืนยันว่า ไม่มีการแฮ็กระบบจริง ก็จะต้องตอบให้ได้ว่า ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลใช้สิทธิ์หรือช่องทางใดในการดึงข้อมูลออกมา แต่หากพบว่ามีช่องโหว่ของระบบ ก็จำเป็นต้องเร่งอุดช่องว่างดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ข้อมูลของประชาชนหลายสิบล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่