ฟื้นสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย ในรอบ 15 ปี จัดใหญ่รับ”อนุทิน”หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

Hot Clips คลิปข่าวทั่วไป

 

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม อาจดูเป็นเพียงภารกิจด้านการต่างประเทศตามปกติ แต่ในทางการเมืองและยุทธศาสตร์ ถือเป็นหนึ่งในหมากสำคัญของรัฐบาลไทย เพราะนี่คือการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของผู้นำไทยในรอบ 15 ปี และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ไม่มีพรมแดน

 

 

 

โดยจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากประธานาธิบดีปราโบโว ซูบียันโต ทั้งการยิงสลุต 19 นัด การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และการหารือเต็มรูปแบบ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการทางการทูต แต่สะท้อนให้เห็นว่า อินโดนีเซียให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และต้องการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หากมองในมิติการเมืองระหว่างประเทศ ไทยและอินโดนีเซียต่างเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียน และเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของภูมิภาค การจับมือกันของทั้งสองประเทศจึงมีน้ำหนักต่อทิศทางของอาเซียนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน ความมั่นคง หรือการรับมือกับการแข่งขันของมหาอำนาจโลก

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือ การประกาศเดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-อินโดนีเซีย ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าจากเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 23,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนร่วม การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการใช้ศักยภาพของทั้งสองประเทศเป็นฐานเศรษฐกิจของอาเซียน

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ อุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งกำลังเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วของโลก อินโดนีเซียมีจำนวนประชากรมุสลิมมากที่สุด ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตและมาตรฐานสินค้า หากทั้งสองประเทศเชื่อมโยงจุดแข็งเข้าด้วยกัน ก็อาจกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสินค้าฮาลาลของภูมิภาคได้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านความมั่นคงก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน ทั้งการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นภัยคุกคามที่กระทบหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะหลังจากประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียกว่าหนึ่งพันคนที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงออนไลน์ให้เดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย จนได้รับคำชื่นชมจากรัฐบาลอินโดนีเซีย

อีกด้านหนึ่ง การเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ-จาการ์ตา และภูเก็ต-บาหลี ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเที่ยวบิน แต่เป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนเดินทางติดต่อกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

แต่หากมองลึกไปกว่านั้น การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยในการผลักดันบทบาทประเทศบนเวทีอาเซียน หลังจากก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี เดินสายพบผู้นำหลายประเทศในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งจีน มาเลเซีย และล่าสุดอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นความพยายามสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ที่สำคัญ อินโดนีเซีย ยังแสดงการสนับสนุนบทบาทของไทยต่อการแก้ไขสถานการณ์เมียนมาภายใต้กรอบอาเซียน และหวังเห็นข้อพิพาทในภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา คลี่คลายผ่านการเจรจาอย่างสันติ สะท้อนว่าประเทศไทยยังได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญของการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

ดังนั้น การเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ หรือการตั้งเป้าการค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลไทยต้องการยกระดับบทบาทของประเทศในอาเซียน ผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการทูตเชิงรุก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประเทศคู่ค้า ว่าไทยยังคงพร้อมเป็นหนึ่งในกำลังหลักของภูมิภาค ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนในทุกมิติ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่