“ช้างศึก” บู๊ “ลาว” ห้ามพลาด 3 แต้ม ประเดิมชิงแชมป์อาเซียน

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

 

ประเดิมชิงแชมป์อาเซียน! ‘ฮัดสัน’ นำทัพช้างศึกบุกเวียงจันทน์ ล็อกเป้า 3 แต้ม ห้ามพลาดเด็ดขาด

 

เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ! สำหรับศึกฟุตบอลแห่งศักดิ์ศรีย่านอุษาคเนย์อย่าง “ชิงแชมป์อาเซียน 2026” ที่กำลังจะกลับมารีสตาร์ตความดุเดือดขึ้นอีกครั้ง

 

โดยทัพขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทัพของ แอนโธนี ฮัดสัน เฮดโค้ชชาวอังกฤษ ได้ยกพลเดินทางบุกไปถึงกรุงเวียงจันทน์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนลงประเดิมสนามในศึก ASEAN HYUNDAI CUP 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก ซึ่งมีคิวจะต้องลงสนามปะทะกับเจ้าถิ่นอย่าง สปป.ลาว ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.00 น. ณ สนามกีฬาแห่งชาติหลัก 16 กรุงเวียงจันทน์

 

ทัวร์นาเมนต์ “อาเซียนคัพ” หนนี้ ถือเป็นรายการใหญ่ที่สุดของสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ที่ตามหลักการแล้วทุกชาติควรจะต้องส่งทีมชาติชุดใหญ่ไฟต์ติ้งมาลงโม่แข้งกันอย่างเต็มกำลัง ทว่าเนื่องจากการแข่งขันรายการนี้ไม่ได้จัดขึ้นตรงกับช่วงปฏิทิน “ฟีฟ่าเดย์” ส่งผลให้แต่ละประเทศต้องเผชิญกับปัญหาการปฏิเสธปล่อยตัวนักเตะจากทางสโมสรต้นสังกัด โดยเฉพาะในส่วนของทีมชาติไทยที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าควรจัดทัพแบบใด

 

จนกระทั่งตกผลึกกลายสภาพมาเป็น “ทีมชาติชุดผสม” หรือเรียกได้ว่าเป็น “ชุดบี” กลายๆ ที่เป็นการประสานพลังระหว่างแข้งเก๋าประสบการณ์สูงกับดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ซึ่งภารกิจนี้ต้องพึ่งพาบารมีของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ต้องออกแรงโทรศัพท์ไปขอความร่วมมือจากบรรดาผู้บริหารสโมสรต่างๆ ด้วยตัวเอง เพราะหากหวังพึ่งพากุนซือฮัดสันเพียงคนเดียว ก็ดูแล้วคงยากที่จะได้นักเตะชุดที่พร้อมสมบูรณ์เช่นนี้มาร่วมทัพ

 

กระนั้นก็ตาม ด้วยดีกรีและศักดิ์ศรีของทีมชาติไทยในฐานะ “เจ้าแห่งอาเซียน” ที่เคยครอบครองแชมป์รายการนี้มามากที่สุดถึง 7 สมัย (ในปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016, 2020 และ 2022) มันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ทัพช้างศึกจะยังคงถูกยกให้เป็น “ตัวเต็งอันดับหนึ่ง” ของรายการ ไม่ว่าจะส่งผู้เล่นขุมกำลังชุดใดลงสนามแข่งขันก็ตาม

 

แต่ในครั้งนี้ แฟนบอลชาวไทยอาจจะต้องเริ่มปรับมุมมองและลดความคาดหวังลงมาเล็กน้อย โดยหันมาเน้นโฟกัสที่การพัฒนาศักยภาพฝีเท้าของเหล่านนักเตะเลือดใหม่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น เสกสรรค์ ราตรี หรือ ยศกร บูรพา รวมถึงการจับตาดูแนวทางการทำทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน ว่าเมื่อต้องทำงานภายใต้ทรัพยากรผู้เล่นที่มีอยู่ เขาจะโชว์กึ๋นวางทัพ บริหารจัดการ และเซตระบบการเล่นได้มากน้อยเพียงใด

 

เพราะที่ผ่านมา แม้ว่า ฮัดสัน จะสามารถคุมทีมช้างศึกทำผลงานได้ตามเป้าหมายและยังไม่เคยแพ้ใครเลยก็ตาม แต่สิ่งที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ในใจของแฟนบอลมาโดยตลอดคือ “ทรงบอล” ที่ยังดูไม่เข้าตา รวมถึงสไตล์การเล่นที่ยังหาความชัดเจนที่เป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ซึ่งในการแถลงข่าวก่อนเกม ฮัดสัน ได้ออกมาแสดงความมั่นใจและประกาศกร้าวว่า

 

“จะพาทีมลงเล่นด้วยจิตวิทยาในเชิงบวก มีความดุดัน พร้อมเปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่งเพื่อเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์อย่างแข็งแกร่งที่สุด แม้ไทยจะไม่ใช่ตัวเต็งเนื่องจากมีผู้เล่นดาวรุ่งอยู่หลายคนก็ตาม”

 

ขณะที่ทางด้าน วลาดิกา กรูยิช กุนซือทีมชาติสปป.ลาว ก็ลั่นวาจาพร้อมนำลูกทีมลงสู้สุดใจต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน โดยหวังที่จะสร้างประวัติศาสตร์เก็บผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้ แม้สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด ไทยจะเป็นฝ่ายชนะไป 3 นัด และเสมอ 2 นัดก็ตาม

 

ดังนั้น เกมนัดเปิดสนามในวันเสาร์นี้จึงมีความสำคัญและมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของแฟนบอลชาวไทยอย่างมหาศาล ทุกคนต่างเข้าใจดีถึงปัจจัยแวดล้อมและความกดดันต่างๆ ในปัจจุบัน และพร้อมที่จะส่งใจเชียร์หากทีมแสดงให้เห็นถึงทรงบอลที่ดีและมีอนาคตพอที่จะต่อยอดไปสู่ระดับทวีป

 

แต่สุดท้ายแล้ว หากช้างศึกเกิดพลาดท่าแพ้ สปป.ลาว หรือทำได้แค่แบ่งแต้มกลับออกมาอย่างน่าผิดหวัง เก้าอี้เฮดโค้ชของ แอนโธนี ฮัดสัน ก็คงจะร้อนระอุจนยากที่จะประคองตัวอย่างแน่นอน

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่